นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลากหลายประเภทมากขึ้น ในด้านประกันภัยรถยนต์จะเน้นแบบประกัน 2+ และ 3+ ซึ่งเพิ่มความคุ้มครองครอบคลุมความเสียหายของรถที่เกิดจากภัยธรรมชาติ จากเดิมจะคุ้มครองเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และพัฒนาให้มีประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองส่วนเพิ่มจากประกันรถยนต์ปกติ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองหมวดที่ต้องการได้เองโดยไม่ถูกบังคับแบบแพคเกจ นอกจากนี้แล้วยังรวมถึงประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ และการรับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐด้วย โดยในปีนี้ตั้งเป้ากำลังการรับงานสูงสุดที่ 2,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่รับประกันภัยก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง และตั้งเป้าเบี้ยประกันรับรวม 13,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากสัดส่วนเบี้ยรับประกันรถยนต์ 52% และเบี้ยรับประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ 48%
“ตลอดการทำงานในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา เทรนด์ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนไป การทำการตลาด การดูแลลูกค้า เพราฉะนั้นปีนี้จะถือว่าเป็นปีที่บริษัทจะปรับตัวขึ้นมาและสวมหัวใจการให้บริการ จึงเป็นปีที่จะเติบโตอย่างครบเครื่อง ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะขึ้นเป็นท็อปทรีภายใน 3-5 ปี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำง่ายนัก นอกจากนี้ยังมีงานหลายภาคส่วนที่ยังไม่เคยก้าวเข้าไป เช่น การรับงานภาครัฐ” นางนวลพรรณกล่าว
นางนวลพรรณกล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 นี้จะรุกเรื่องการขายประกันภัยผ่านออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซอย่างชัดเจน ผ่านเอ็มทีไอคอนเน็กต์ (MTI coonect) หรือบริการขายประกันภัยออนไลน์ครบวงจรของบริษัท โดยตั้งเบี้ยประกันภัยปีแรกนี้ที่ 100 ล้านบาท ส่วนการแข่งขันในตลาด ทางบริษัทจะไม่แข่งขันเรื่องการดั้มพ์ราคา แต่จะเน้นการให้บริการมากขึ้นโดยเฉพาะการต่ออายุประกันของลูกค้าเก่า

