เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 มกราคม ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่ได้รับการผ่อนผันให้เข้าทำงานจำนวนเกือบ 2 ล้านคน ว่าการพิสูจน์สัญชาติได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึง เดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแล้วเสร็จ จำนวน 1,187,411 คน ทั้งนี้ยังมีแรงงานที่พิสูจน์สัญชาติยังไม่แล้วเสร็จ จำนวน 811,829 คน โดยแรงงานที่ยังพิสูจน์สัญชาติไม่แล้วเสร็จนี้ เนื่องจากเป็นการดำเนินการของประเทศต้นทางของแรงงานต่างชาติเอง
“การดำเนินการนี้ทำไปแล้วติดขัดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขั้นตอน วิธีการ เครื่องไม้เครื่องมือ บุคลากร ทำให้การพิสูจน์สัญชาตินี้ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งกระทรวงแรงงานเห็นว่าควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อขอมติ ครม. ให้อำนาจตามมาตรา 17 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เข้าไปควบคุมขยายให้คนต่างด้าวจำนวนนี้ ได้อยู่เพื่อทำการพิสูจน์สัญชาติ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 แต่มีเงื่อนไขว่าคนต่างด้าวเหล่านี้บางส่วนยังไม่เคยมีทะเบียนประวัติ ยังไม่มีเลข 13 หลักกำกับไว้ ก็จะให้แรงงานเหล่านี้ทำทะเบียนประวัติกับกรมการปกครอง ส่วนพวกที่มีบัตรสีชมพู มีทะเบียนประวัติอยู่แล้วก็ให้ไปรายงานตัว เพื่อปรับปรุงทะเบียนประวัติให้เป็นปัจจุบัน และใครที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติก็ให้ไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ หลังจากพิสูจน์สัญชาติเรียบร้อยแล้วก็จะได้รับเอกสารจากประเทศต้นทาง และเมื่อได้รับเอกสารนั้นแล้ว ทางฝ่ายไทยเองก็จะให้วีซ่า ให้อยู่เพื่อทำงาน และต่อใบอนุญาตทำงานให้ โดยจะอนุญาตให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2563 คืออนุญาตไปอีก 2 ปี” นายอนุรักษ์กล่าว
อธิบดีกรมการจัดหางานได้กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างด้าวที่ยังพิสูจน์สัญชาติไม่แล้วเสร็จนั้น แบ่งออกเป็นชาวกัมพูชา จำนวน 4 แสนคน ชาวเมียนมา 3 แสนคน และชาวลาว 1.3 แสนคน โดยการดำเนินการเรื่องการพิสูจน์สัญชาตินี้ ปัจจุบันทางการประเทศเมียนมามีอยู่ทั้งหมด 9 ศูนย์ ประเทศกัมพูชามีอยู่ 3 ศูนย์ และประเทศลาวมี 1 ศูนย์ ซึ่งเรื่องของศูนย์พิสูจน์สัญชาติ เป็นการดำเนินการโดยทางฝ่ายประเทศต้นทาง ซึ่งเดิมนั้นมีปัญหาอยู่เยอะ แต่ในขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานของไทยได้ขอขยายพื้นที่ โดยจะตั้งผู้รับผิดชอบลงไปกำกับดูแล และร่วมดำเนินการกับฝ่ายประเทศต้นทาง เพื่อให้การดำเนินการมีความสะดวกเป็นไปตามลำดับ สามารถบริหารจัดการให้เกิดความสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งเมื่อสะดวกรวดเร็วแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีนายหน้า หรือมีการเรียกรับผลประโยชน์ โดย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จ จำนวน 8 แสนคน และถ้าเป็นไปตามแผนปฏิบัติงานที่วางไว้ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จก่อน 6 เดือน

