เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 มกราคม ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการผลักดันให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เป็นองค์กรคลังสมองของรัฐบาล ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้สามารถชี้นำทิศทางการพัฒนาประเทศ และออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยจะมีการพัฒนารูปแบบและกลไกขององค์กรที่สามารถผลิตการศึกษาวิจัยเชิงลึก และเชื่อมโยงองค์ความรู้กับหน่วยงานอื่น ทั้งในและต่างประเทศ
“นอกจากนั้นยังมีการกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการที่ส่งเสริมการรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินภารกิจต่างๆ เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการสภาพัฒน์ และยังมีการให้ความเห็นชอบต่อการปรับโครงสร้างของสภาพัฒน์ โดยมีการจัดตั้งกองใหม่ขึ้น 4 กอง ที่ประกอบด้วย 1.กองยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เพื่อบูรณาการยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน และแผนปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน โดยจะเป็นกลไกที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ ภายในและภายนอกสภาพัฒน์ โดยที่กองดังกล่าวจะทำหน้าที่ ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ของโลก สถานการณ์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดทำ และทบทวนยุทธศาสตร์ และแนวทางการพัฒนาประเทศ
“2.กองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง เพื่อประสาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองให้มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และบูรณาการ 3.กองยุทธศาสตร์ และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนการพัฒนาความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างประเทศอย่างบูรณาการ ในภาพรวม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และทิศทางในการพัฒนาประเทศ 4.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อที่จะทำหน้าที่พัฒนางานเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดลำดับข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญ ต่อการวางแผนยุทธศาสตร์และการพัฒนาประเทศ”

