นายมาร์ค โมเบียซ ประธานกรรมการบริหาร เทมเพิลตัน อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ กรุ๊ป สิงคโปร์ กล่าวในงานสัมมนาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่:แนวโน้มตลาดเกิดใหม่ปี 2561 จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ว่า ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจลงทุนสูง เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเกิดใหม่อื่นๆ แม้ปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว แต่ยังมีโอกาสเข้าลงทุนได้อยู่ ซึ่งกองทุนเทมเพิลตัน ลงทุนในประเทศไทยกว่า 20 ปี ปัจจุบันมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นไทยกว่า 9% ถือว่าอยู่ในระดับสูง เทียบลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ เนื่องจากไทยมีเสถียรภาพทางการเมือง สังคม และการปกครอง ดีสม่ำเสมอ อีกทั้งเป็นประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติมาก เศรษฐกิจไทยคาดขยายตัวได้5-6%ต่อปี หลังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น โดยธนาคาร ค้าปลีกและท่องเที่ยว เป็นกลุ่มที่น่าลงทุน
นายมาร์ค กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น คาดว่าจะเป็นผลกระทบต่อบริษัทที่มีการกู้ยืมเงินค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการใช้เงินลงทุนสูง ปัจจุบันกลุ่มเทคโนโลยี คิดเป็นสัดส่วน 26-27% ของดัชนีตลาดหุ้นในหลายตลาด จึงมีคำแนะนำว่าต้องระมัดระวัง และควรลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีการกระจายความเสี่ยงจะดีกว่า
” การลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล แนะนำว่าให้เลี่ยงลงทุนสกุลเงินโดยตรง เพราะมีความเสี่ยง เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าราคาค่าเงินที่แท้จริง ควรจะเป็นเท่าไหร่ แต่หากต้องการลงทุนแนะนำให้ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขุดค่าเงินมากกว่า”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดธนาคารกสิกรไทย เปิดกองทุนเค ซีเล็คทีฟ อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ หุ้นทุน (K-SEMQ) ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นในต่างประเทศ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ได้แก่ Templeton Emerging Markets Fund,Class (acc) USD เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง สร้างโอกาสเติบโตระยะยาว 5 ปีขึ้นไป

