“ซีพี”เปิดบ้านพักทูตมะกัน แนะนำอาหารแช่แข็ง “บอสตัน มาร์เก็ต” อิมพอร์ตจากสหรัฐ ประเดิมขาย 7-11 ซีพีเฟรชมาร์ท

18.01.18 | 17:10 น.

ที่บ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ได้เปิดตัวอาหารแช่งแข็งพร้อมทานพรีเมี่ยมนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ “บอสตัน มาร์เก็ต” โดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือซีพี เข้าร่วมงานด้วย

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือซีพี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์อาหาร บอสตัน มาร์เก็ต เป็นอาหารสูตรต้นตำรับอเมริกัน โดยจะจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกเครือซีพี ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงการสนับสนุนความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นการแสดงถึงการขยายธุรกิจของซีพีไปยังสหรัฐโดยผ่านการเข้าซื้อกิจการบริษัท เบลลิซิโอ ซึ่งเป็นผู้ผลิตบอสตัน มาร์เก็ต


นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า เครือซีพีที่ร่วมกับบริษัท เบลลิซิโอ ผลิตอาหารแช่แข็งที่มีชื่อเสียงของสหรัฐและนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยและสหรัฐ คนไทย และรวมถึงคนทำงานในสหรัฐ เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากที่มีความสัมพันธ์กันมานานเมื่อ 200 ปีก่อน

นายบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจอเมริกา เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า หลังจากบริษัทในเครือ คือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) เข้าซื้อกิจการบริษัทเบลลิซิโอ ฟู้ด เมื่อปลายปี 2559 ด้วยเงินทุนราว 1,075 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนการผนึกกำลังกันของทั้งสองบริษัทในการทำธุรกิจ ซึ่งภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้จะเสนอแผนให้ผู้บริหารบริษัท เบลลิซิโอ พิจารณาการควบรวมกิจการ (M&A)

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและพัฒนาธุรกิจ ซีพีเอฟ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่บริษัทนำเข้าอาหารอเมริกันแช่แข็งพร้อมรับประทาน “บอสตัน มาร์เก็ต” เข้ามาในประเทศ เบื้องต้นมี 4 เมนู เช่น สเต็กเนื้อและพาสต้าราดซอสเกรวี่เห็ด และจะขยายนำเข้าเมนูเพิ่ม ตั้งเป้าปีแรกมียอดขาย 50-70 ล้านบาท ปัจจุบันขายผ่านร้าน 7-11 และซีพีเฟรชมาร์ท เริ่มต้น 200 สาขาก่อน รวมถึงกำลังติดต่อวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่งในเดือนมีนาคมนี้ รวมถึงร้านอาหาร เจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ในอนาคตกำลังพิจารณาและติดต่อส่งขายไปยังประเทศที่น่าสนใจ อย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ตั้งเป้าภายใน 3-5 ปีจะผลักดันขยายธุรกิจเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย 10% ต่อปี หรือประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อปี

Advertisement