นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้ตั้งเป้าดัชนีตลาดหุ้นใหม่ที่ระดับ 1,835 จุด จากเป้าเดิมที่เคยตั้งไว้ที่ 1,800 จุด โดยมีอัตราส่วนกำไรต่อหุ้นคาดการณ์ล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด พีอี) ที่ 16.4 เท่า หรืออยู่ในระดับที่แพงที่สุดในรอบ 10 ปี และมองดัชนีตลาดหุ้นจะลงไปต่ำสุดที่ระดับต่ำกว่า 1,700 จุด และขึ้นไปสู่จุดสูงสุด (พีค) ที่ระดับ 1,970 จุด จากปัจจัยโมเมนตัมของเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง เงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง คิดเป็น 45% ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) การเกินดุลการค้าและเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ส่วนปัจจัยเรื่องกระแสเงินจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงนี้อาจจะชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติหันไปให้ความสนใจตลาดหุ้นสหรัฐฯ อังกฤษ และประเทศที่พัฒนาแล้วมากกว่าตลาดหุ้นไทย เพราะประเทศเหล่านั้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าฟันด์โฟลว์จะไหลเข้ามาอีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 หรือช่วงรับตำแหน่งใหม่ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
“คาดว่าเดือนหน้า(ก.พ.)จะมีการประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ออกมา ซึ่งการประกาศความชัดเจนเรื่องกฎหมายอีอีซีเป็นสิ่งที่นักลงทุนรอคอย จึงคาดว่าจะเป็นใบเบิกทางแรกที่จะดึงฟันด์โฟลว์เข้ามา และหากมีการประกาศกฎหมายลูกของการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมออกมาตามโรดแมป จะส่งผลดีต่อทิศทางตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนสามารถคาดการณ์ได้ว่าปีนี้จะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน” นายประกิตกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นในวันนี้(18 ม.ค. 61) เคลื่อนไหวในแดนบวกเกือบตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงมาอยู่ในแดนลบในภาคบ่าย โดยดัชนีตลาดหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 1,819.32 จุด ลดลง 9.56 จุด หรือ 0.52% โดยจุดสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 1,837.92 จุด และจุดต่ำสุดระหว่างวันอยู่ที่ 1,819.18 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 81,813.26 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 527.36 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,055.12 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 234.69 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1,347.79 ล้านบาท

