นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนธุรกิจและการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์เดือนธันวาคม 2560 มียอดธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,305 ราย ลดลง 292 ราย หรือลดลง 4% จากเดือนพฤศจิกายน 2560 แต่เพิ่มขึ้น 1,895 ราย หรือเพิ่มขึ้น 43% โดยธุรกิจตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ร้านขายปลีกเครื่องประดับ (ร้านขายทอง) และก่อสร้างอาคารทั่วไป
โดยเดือนธันวาคม 2560 มีมูลค่าทุนจัดตั้งใหม่รวม 146,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115% จากเดือนพฤศจิกายน 2560 และเพิ่มขึ้น 561% เทียบเดือนธันวาคม 2559 เมื่อแบ่งช่วงธุรกิจจัดตั้งใหม่ พบว่ามากที่สุด คือ ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท มี 5,018 ราย หรือสัดส่วน 79% รองลงมา คือทุน 5-100 ล้านบาท มี 991 ราย สัดส่วน 16% และทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มี 296 ราย สัดส่วน 5% โดยธุรกิจที่ทุนกว่า 1,000 ล้านบาทมี 14 ราย ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 7 ราย ธุรกิจโฮลดิ้ง 6 ราย และตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ 1 ราย
สำหรับธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนธันวาคม 2560 จำนวน 5,762 ราย เพิ่มขึ้น 3,456 ราย คิดเป็น 150% เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2560 และเพิ่มขึ้นจำนวน 644 ราย คิดเป็น 13% เทียบกับเดือนธันวาคม 2559 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าสลาก โดยมีมูลค่าทุนธุรกิจเลิกกิจการรวม 28,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277% เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2560 และเพิ่มขึ้น 16% เทียบกับเดือนธันวาคม 2559
เมื่อแยกช่วงทุนธุรกิจเลิกกิจการ พบว่ามากที่สุด ได้แก่ ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท มี 5,456 ราย สัดส่วน 94.7% รองลงมา คือทุน 5-100 ล้านบาท มี 281 ราย สัดส่วน 4.9% และทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มี 25 ราย สัดส่วน 0.4% โดยธุรกิจที่ทุนกว่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 5 ราย ได้แก่ ธุรกิจการค้าและติดตั้งระบบวิทยุ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจโรงแรม /ภัตตาคาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการผลิตน้ำยางข้น อย่างละ 1 ราย
นางกุลณีกล่าวภาพรวมปี 2560 ยอดจัดตั้งบริษัทรวม 74,517 ราย ถือเป็นสถิติจดตั้งใหม่สูงสุดรอบ 5 ปี โดยเพิ่มขึ้น10,229 ราย หรือ 16% จากปี 2559 และเกินคาดการณ์กรมฯตั้งไว้ว่าปี 2560 จะเพิ่มขึ้น 70,000 ราย เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลสนับสนุนให้บุคคลธรรมดาจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ทำให้ยอดเปิดกิจการใหม่เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะธุรกิจร้านค้าทอง ธุรกิจร้านขายยา และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนหนึ่งจากมาตรการรัฐ อาทิ ยกเว้นเงินภาษีในการโอนทรัพย์สินจากบุคคลธรรมดาให้นิติบุคคลจัดตั้งใหม่ การให้เอสเอ็มอีนำค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งธุรกิจ ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี ไปหักเป็นรายจ่ายเพิ่มได้อีก 1 เท่า ประกอบกับกระตุ้นการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขณะที่ยอดเลิกกิจการปี 2560 มี 21,444 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 506 รายหรือ 2%
“ปี 2561 แนวโน้มยอดตั้งธุรกิจใหม่ยังขยายตัวได้ ไม่น้อยกว่า 75,000 ราย ตามสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง อยู่ที่ 3.6-4.6% ประกอบกับมาตรการกระตุ้นลงทุนของภาครัฐ แผนกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคและฐานราก เช่น โครงการพัฒนาอีอีซี โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง ดีต่อบรรยากาศลงทุนและเป็นปัจจัยบวกต่อการขยายตัวของการจัดตั้งธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มก่อสร้างอาคารทั่วไปและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน” นางกุลณีกล่าว

