‘เมืองไทยประกันชีวิต’ปี’60 โต 6% เบี้ยรับรวมแสนล้าน นำร่องเว็บเทียบราคากรมธรรม์

24.01.18 | 13:31 น.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่สำนักงานเมืองไทยประกันชีวิต จังหวัดขอนแก่น นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้แถลงถึงผลประกอบการปี 2560 และนโยบายการดำเนินงานในปี 2561 ว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ท้าทายกับธุรกิจประกันชีวิตมาก ซึ่งก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น จากตัวแปรในหลายๆ เรื่อง แต่เราเรียนว่าความท้าทายนี้เป็นโอกาสให้เราได้ปรับตัว ซึ่งในปี 2560 มีตัวเลขเบี้ยรับรวม 102,681 ล้านบาท มีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนว่ากำไรจากปี 2559 อยู่ที่กว่า 8,300 ล้าน ส่วนในปี 2560 มีกำไรมากกว่า ปี 2559 ซึ่งผมคงเรียนแจ้งได้เท่านี้ก่อน


นายสาระกล่าวว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นในโลกสมัยใหม่ ทำให้เรามุ่งเน้นไปที่เรื่องของคนรุ่นใหม่ เป็นวัยรุ่นที่มีส่วนสำคัญในระบบเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ คนไทยนั้นมีอายุยืนยาวขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นโอกาสอย่างมหาศาล แต่เราต้องปรับตัว รวมไปถึงเรื่องของโลกดิจิทัลที่ทำให้ข้อมูลเชื่อมต่อถึงกันรวดเร็ว กฎหมายต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือพฤติกรรมของลูกค้าที่ชอบฟังข้อมูลเปรียบเทียบแบ่งปันกับคนใกล้ตัวมากขึ้น หากเรายังเดินบนทางเดิมอยู่ก็คงไปต่อไม่ได้

“เราไม่ได้มองแค่ว่าเราเป็นประกันชีวิต เราเริ่มมองไปยังมิติของคนนอก ซึ่งเป็นลูกค้าของเราที่ปัจจุบันให้ความสำคัญกับความง่าย ซึ่งเราก็ตอบรับด้วยวันสต็อปเซอร์วิส เรามองเรื่องไลฟ์สไตล์มากขึ้น เข้าสู่ความบันเทิง หรือเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าเพื่อจะให้เข้าไปอยู่ใกล้ชีวิตคนมากขึ้น หรืออย่างเช่น MPL Global Connect ที่มองว่าสมัยนี้การเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก ซึ่งความเจ็บป่วยเกิดได้ทุกที่ เราก็สร้างความสะดวกในแนวคิด cashless เราพยายามเติมเต็มภาพมุมมองจากลูกค้ามากขึ้น” นายสาระกล่าว

นายสาระกล่าวว่า สิ่งที่ผ่านมาเกิดจากนโยบาย หลากหลายช่องทาง หลากหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งต่อจากนี้ภาคบริการจะไม่ได้เป็นทัพหลังอีกต่อไปด้วยแนวคิด Customers @ the heart ขณะนี้เรามีสำนักงานที่ขอนแก่นเพิ่ม ซึ่งเราจะขยายตัวเเทนออกไป เน้นการให้คำแนะนำคู่ไปกับวิถีชีวิตลูกค้าเฉพาะรายบุคคลมากขึ้น ในเมื่อการประกันชีวิตเป็นเรื่องของคน เราจะนำเทคโนโลยีมาใช้เรื่องฐานข้อมูลของลูกค้า (data) แล้วนำมาวิเคราะห์ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะใช้ฐานข้อมูลเหล่านี้ในเชิงรุกให้ได้ นอกจากนี้ เราต้องพัฒนาคนของเราเพื่อให้สามารถให้คำแนะนำที่ถูกจุดแก่ลูกค้าแต่ละคนให้มากขึ้นด้วย

Advertisement

“ในปีนี้เราจะปรับองค์กรไม่ให้อยู่ในระบบสั่งการจากบนลงล่าง เราจะถอดหมวกออก และมุ่งเน้นการทำงานกันในแนวระนาบมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราปรับเปลี่ยนรูปแบบ พัฒนางานได้อย่างรวดเร็วขึ้นในโลกสมัยใหม่ แต่ทั้งนี้บุคลากรของเราต้องมีทักษะที่หลากหลายมากขึ้นด้วย เราไม่เพียงปรับตัวสู่โลกสมัยใหม่ แต่เราจะผลักดันองค์กรเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต และเราจะเป็นเจ้าเเรกที่นำสิ่งใหม่ๆ มาให้ดู” นายสาระกล่าว

นายสาระกล่าวต่อว่า ขณะนี้เราได้มีโครงการนำร่องใหม่ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ซึ่งก็คือ เว็บไซต์ gettgo เป็นโครงการจากบริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือของเรา โดยโครงการนี้จะรองรับพฤติกรรมของคนสมัยใหม่ที่ชอบเปรียบเทียบ ซึ่งเรายอมเฉือนเนื้อตัวเองโดยจะมีบริษัทประกันที่หลากหลายมาให้ลูกค้าเปรียบเทียบ ไม่ใช่เพียงของเมืองไทยประกันชีวิต ด้วยแนวคิด “ง่ายๆ” จ่ายแล้วได้กรมธรรม์คุ้มครองทันที ซึ่งทำได้ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย

“จากนี้ไปผมเชื่อว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มรูปแบบ และยังเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เราเป็น” นายสาระกล่าว