หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้าระยอง...

หอการค้าระยองเสนอใช้ค่าจ้างลอยตัว ตามคุณภาพฝีมือ ชี้กำหนดขั้นต่ำต่างด้าวได้ประโยชน์

24.01.18 | 16:30 น.
นายนพดล ตั้งทรงเจริญ

เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้า จังหวัดระยอง กล่าวว่ากรณีวันนี้มีกระแสข่าวมติบอร์ดค่าจ้างปรับค่าแรงเกินจากที่คณะอนุกรรมการฯจังหวัดเสนอ โดยเฉพาะ จังหวัดระยองจาก 308 เป็น 350 นั้น ตนยังไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด


นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้า จังหวัดระยอง กล่าวว่า ครั้งแรกค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดระยองปรับเป็น 330 บาทนั้นยังตกลงกันไม่ได้ แต่ถ้าปรับขึ้น 350บาท ปัญหาจะยิ่งเยอะ ถ้าแรงงานทราบข่าวว่าจะปรับขึ้น 350 บาท ทุกคนก็อยากได้ ทั้งที่โรงงานเอสเอ็มอียังไม่ได้มีการพัฒนาหรือโรงงานจะมียอดขายเพิ่มขึ้นหรือจะมีอะไรที่จะมาช่วยประคองให้เขาต้องจ่ายเพิ่มขึ้น โรงงานเอสเอ็มอีทั้งหลายรวมทั้งภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานค่อนข้างสูงได้รับผลกระทบจากการประกาศปรับราคาค่าแรงขั้นต่ำ330 บาทครั้งแรก เจ้าของผู้ประกอบการหลายรายบอกว่าอาจจะต้องปิดเพราะว่าสู้ค่าแรงไม่ไหว

“ยกตัวอย่างโรงงานประกอบกิจการขนส่ง ต้องใช้พนักงานขับรถประมาณวันละ 200 กว่าคน 2 กะก็เท่ากับ 500 คน ที่ต้องจ่ายเพิ่มเดือนละ 5 – 6 แสนบาทตกปีละ 6 ล้านกว่าบาท(330 บาท) แล้วเขาจะปรับตัวอย่างไร แต่ถ้าปรับขึ้นเป็น 350 บาท จาก 22 บาท เป็น 42 บาท เพิ่มขึ้นอีกกว่า 10 % เราไม่ต้องพูดถึงมาตรการเรื่องที่จะมาช่วยสนับสนุน ระยอง กับ จันทบุรี ผิดกันแค่ระยะทาง ไม่ใช่อยู่ระยองจะขายสินค้าได้แพงกว่าจันทบุรี

“วันนี้ได้ไปคุยกับชาวสวนยาง กรีดยางได้แค่พอใช้จ่ายไม่เหลือกำไร ชาวสวนยางกำลังหาวิธีหารายได้เพิ่มไม่เช่นนั้นอยู่ไม่ได้แน่ ส่วนโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ใช้แรงงานต่างด้าว 100% แรงงานคนไทยมีน้อยมากไม่ถึง 10% ปรับค่าแรงขึ้นทำให้แรงงานต่างด้าวกลับได้ประโยชน์มากขึ้น ส่วนแรงงานคนไทยได้ประโยชน์น้อย

Advertisement

นายนพดล กล่าวว่าในความคิดเห็นส่วนตัวอยากให้ค่าแรงขั้นต่ำลอยตัว ซึ่งโรงงานที่ใช้แรงงานฝีมือจะให้ 400 บาทก็ได้ โรงงานที่ไม่ใช้ฝีมือจะให้ 300 บาทก็ได้ วันนี้มีการแข่งขันเรื่องแรงงาน ไม่มีใครให้ค่าแรงต่ำ คือให้ตามคุณภาพฝีมือแรงงาน คือให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนดค่าแรง ไม่ต้องให้ภาครัฐมากำหนด รัฐไม่ควรกำหนดขั้นต่ำ กำหนดเท่าไหร่แรงงานต่างด้าวก็จะได้ผลประโยชน์เท่านั้น ผมพูดเฉพาะของจังหวัดระยองเท่านั้น โรงงานระยองที่ใช้แรงงานต่างด้าวที่ถูกต้องอยู่ประมาณ 1 แสนคนที่จะได้ประโยชน์ ถ้าวันนี้เราลอยตัวค่าแรง อยู่ที่ผู้ประกอบการจะจ้างเท่าไหร่ น่าจะเป็นข้อดีกว่า โรงงานเรามี 3 พันกว่าแห่งรวมทั้งเอสเอ็มอีและโรงงานใหญ่

นายกรณ์ภัฐวีญ์ ม่วงน้อย

ด้าน นายกรณ์ภัฐวีญ์ ม่วงน้อย อุตสาหกรรม จังหวัดระยอง กล่าวว่ามองในภาพรวมจังหวัดระยองอยู่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ในด้านบวกเป็นการชักจูงแรงงานที่มีฝีมือเข้ามาสู่ระยองมากขึ้น ซึ่งเป็นการสอดคล้องโครงการอีอีซีด้านลบ คือต้นทุนภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.5 % ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 50 คน ต้นทุนจะสูงขึ้น แรงงานต่างด้าวจะได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น อาจจะมีปัญหาแรงงานต่างด้าวหลั่งไหลเข้าระยองมากขึ้น แต่ก็มีปัจจัยที่ทำให้แรงงานที่มีฝีมือต้องปรับขึ้นไปด้วย จะทำให้แรงงานที่มีฝีมือเข้ามาระยองเพื่อเตรียมพร้อมด้วย

“โรงงานเอสเอ็มอี รัฐบาลคงจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือเช่นเรื่องภาษี มาตรการด้านอื่นคือให้การส่งเสริมพัฒนาเอสเอ็มอี เรื่องนี้รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการช่วยเหลืออยู่แล้ว อาทิเรื่องเงินกองทุนเอสเอ็มอีจำนวน 2 หมื่นล้าน ทั้งเรื่องของเกษตรแปรรูป หมู่บ้านชุมชนก็จะช่วยโรงงานเอสเอ็มอีได้ในส่วนหนึ่ง แต่ผลกระทบต้องยอมรับว่ามีแน่นอน

“สำหรับการย้ายฐานการผลิตโรงงานเอสเอ็มอี ก็จะต้องดูในระยะยาวเพราะว่าต้นทุนตัวนี้เป็นต้นทุนส่วนหนึ่งของค่าแรง ต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย เขาไม่ได้ดูปัจจัยเรื่องค่าแรงเป็นหลัก ดูปัจจัยด้านอื่นๆมาประกอบ ในอนาคตการใช้แรงงานจะลดน้อยลง นโยบายอีอีซี คืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วย แรงงานคนจะมีความจำเป็นน้อยลง ต้นทุนเรื่องแรงงานจึงไม่ใช่ปัจจัยหลัก ส่วนอุตสาหกรรมพื้นฐาน ภาคบริการ ภาคการค้า ร้านอาหารโรงแรมและภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งรัฐบาลคงจะมีนโยบายให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆเพื่อชดเชยค่าแรงที่ปรับขึ้นไป”