น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด ผู้จัดหางานและที่ปรึกษาด้านแรงงาน เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดแรงงานหลังจากนี้ จะเป็นแรงงานระยะสั้น (กิ๊กเวิร์คเกอร์) อาชีพอิสระที่ไม่ได้เป็นพนักงานประจำองค์กรมากขึ้น โดยลักษณะการทำงานจะรับงานเป็นโครงการ ปัจจุบันมีกิ๊กเวิร์คเกอร์ประมาณ 20 ล้านคน คาดว่าภายใน 3-5 ปีจะเพิ่มเป็น 40 ล้านคน สอดคล้องกับแรงงานในตลาดโลกที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียม หรือผู้อายุระหว่าง 21-35 ปี
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในปี2561 มี 3 อี คือ 1.การเลือกตั้ง (Election) หากมีความชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนธุรกิจต่างๆนำไปสู่การจ้างงาน 2.โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หากเกิดขึ้นเร็วและเป็นรูปธรรมจะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น และ 3.อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์
“นโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำ จะช่วยพัฒนาความสามารถของแรงงานให้มากขึ้น ซึ่งตามมาตรฐานวิชาชีพจะอยู่ที่ 450-600 บาทต่อวัน และมองว่าจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับนักบงทุนต่างชาติได้ ส่วนมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการภาคเอกชน มองว่าเป็นเรื่องเหมาะสม เพราะเอสเอ็มอีประมาณ 3 ล้านราย ได้รับผลกระทบมากที่สุด เมื่อมีการอำนวยความสะดวกในส่วนนี้ จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้” น.ส.สุธิดากล่าว
น.ส.สุธิดา กล่าวว่า จากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐและเทรนด์ในตลาดโลก ส่งผลให้ภาคเอกชนเกิดการตื่นตัวและปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งการปลดพนักงาน และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลมาใช้ทดแทนแรงงานมากขึ้น เช่น ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ สื่อสิ่งพิมพ์ ภาคการผลิต อย่างไรก็ตาม มองว่าแรงงานคนยังมีความจำเป็น โดยกลุ่มธุรกิจที่จะอยู่รอดหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือ ธุรกิจบริการ ทั้งในภาคโรงแรมและการท่องเที่ยว บริการค้าปลีก รวมถึงการให้บริการด้านกฎหมาย

