หน้าแรก เศรษฐกิจ “กฤษฎา”สั่งกร...

“กฤษฎา”สั่งกรมฝนหลวงฯพร้อมรับมือภัยแล้ง เริ่ม 1 มี.ค.นี้

25.01.18 | 13:17 น.

ที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร บางเขน กรุงเทพฯ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 5 ว่านับเป็นเวลากว่า 63 ปีแล้ว ที่โครงการฝนหลวงสามารถช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรได้ ในการแปรสภาพเมฆให้เป็นฝน แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ขณะเดียวกัน กรมฝนหลวงฯ มีแผนพัฒนาให้การปฏิบัติงานของกรมฯ สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำได้อย่างยั่งยืน โดยมีความร่วมมือกับองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเอเชียด้วยกันเพื่อพัฒนาให้การทำฝนหลวงเกิดประโยชน์มากขึ้น เช่น การกำหนดพื้นที่ให้ฝนตก การดูแลสภาพอากาศ ไม่ใช่เฉพาะการขาดแคลนน้ำ แต่รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน เกิดหมอกควัน ไฟป่า ในอนาคตกรมฝนกลวงฯ จะเข้าไปเป็นองค์กรหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้


“ปีนี้ ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงฯ เตรียมการตั้งแต่ต้น ให้ติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศว่าจะเกิดภัยแล้งตั้งแต่เมื่อไร เพื่อเตรียมรับมือไว้เลย สำหรับปีนี้ฤดูแล้งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ จึงเตรียมปฏิบัติการบินทำฝนไว้เรียบร้อยแล้ว จะเปิดโครงการเกี่ยวกับการรับมือภัยแล้งครั้งแรกของปีนี้ในวันที่ 1 มีนาคมนี้เช่นกัน ในจังหวัดนครสวรรค์ ขณะนี้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างคงยังไม่ประสบภัยแล้งนัก แต่เพ็งเล็งที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสำคัญ” นายกฤษฎากล่าวและว่า ประเด็นภัยแล้ง ในส่วนของเกษตรกรทั่วไป จากการติดตามสภาพน้ำของกรมชลประทาน ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เมื่อเทียบกับปี 2558 และปี 2559 ขณะนี้มีปริมาณน้ำมากกว่า 60% แม้น้ำจะมีปริมาณมากก็ควรใช้อย่างประหยัด และขอให้เกษตรกรเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้ให้คำแนะนำและมีแผนบริหารจัดการน้ำอยู่ หากสอดคล้องตามแผน คิดว่าการบริหารจัดการน้ำในปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะได้นำหลักบริหารจัดการน้ำ นำประสบการณ์ในอดีตมาใช้บริหารจัดการน้ำให้ดีขึ้น

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องบุคคลากรของกรมฝนหลวง ขณะนี้มี 500 กว่าคน ยอมรับว่าเป็นกรมฯที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ เจ้าหน้าที่มียังไม่เพียงพอ กำลังเตรียมแผนของอนุมัติมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพราะกรมฝนหลวงฯต่างจากหน่วยราชการอื่น เน้นหนักวิชาเฉพาะและมีเครื่องบินจะต้องทำการบิน

นายกฤษฎา กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้กรมฝนหลวงฯ มีแนวคิดจะจัดตั้งโรงเรียนนักบินฝนหลวงขึ้นโดยเฉพาะว่า ขั้นต้นได้ตกลงกันแล้วว่า เรื่องนักบินจะมีทั้งจากกองทัพและจากสถาบันการบินพลเรือน ดังนั้นจะรับนักบินจากส่วนดังกล่าวเป็นหลักก่อน แต่สิ่งที่จะทำต่อไปคือการจัดหาเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เรื่องฝนหลวงเป็นหลักเข้ามาในกรมฯก่อน ส่วนเรื่องการบินเป็นอันดับสอง โรงเรียนที่จะจัดตั้งขึ้นอยู่ในแผนของปี 2561-2565 ไม่ใช่เป็นโรงเรียนนักบินฝนหลวง แต่จะเป็นโรงเรียนที่ฝึกข้าราชการให้รู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สามารถทำฝนได้มากขึ้น เรื่องบุคลากรนอกจากจะดูอัตรากำลังแล้ว จะดูเรื่องงบประมาณประกอบด้วย

Advertisement