เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 มกราคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมระบบการเรียนการสอนทางไกล และระบบการตรวจตาทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ศูนย์ยูโซ่ เน็ต (USO NET) โรงเรียนบ้านน้ำโจน ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี
นายฐากร กล่าวว่า โครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบนี้ เราได้รับปากกับพี่น้องประชาชนแล้วว่าภายในเดือนมีนาคม จะเปิดบริการให้ไม่น้อยกว่า 15 เปอร์เซ็น หรือราว 500 หมู่บ้านจาก 3,920 หมู่บ้านและภายในเดือนกันยายนจะเปิดให้ครบ 100 เปอร์เซ็น ที่โรงเรียนบ้านน้ำโจน ถือเป็นศูนย์แรก และศูนย์ต่อไปจะเปิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เราคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะลดความเหลื่อมล้ำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชนบทได้ เพื่อเป็นฐานรากที่สำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป รวมถึงรองรับไทยแลนด์ 4.0 ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย
นายฐากร กล่าวต่อว่า เมื่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ถูกติดตั้งเรียบร้อย หลังจากนั้นจะมีการโยงระบบเข้าสู่ครัวเรือนที่ยากจน โดยนิยามความยากจนว่าเป็นครัวเรือน (ไม่ใช่รายบุคคล) ที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่ง กสทช. จะออกค่าใช้จ่ายสนับสนุนให้ใช้งานฟรี ซึ่งกำหนดค่าใช้จ่ายไว้ที่ 200 บาทต่อเดือน สำหรับครัวเรือนที่ไม่อยู่ในคำนิยามความยากจน หากอยากใช้บริการก็จะมีค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อเดือน หวังว่าหากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว จะส่งผลขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้กว่าหมื่นล้านต่อไป ซึ่งศูนย์ยูโซ่ เน็ตจะมีทั้งหมด 765 ศูนย์ แต่ละศูนย์จะประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 11 เครื่อง และผู้ดูแล 1 คน

จากการสำรวจของ กสทช. พบครัวเรือนชายขอบทั้งหมดกว่า 700,000 ครัวเรือนซึ่งกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 500,000 ครัวเรือน มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท จากจำนวนนี้ กสทช. จะให้การสนับสนุนทั้งหมดในระยะแรกก่อน ซึ่งก็คือ 3 ปี คาดว่าใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท
“ในเรื่องการลงทะเบียนการใช้งาน ขณะนี้อยู่ในช่วงการประชุมว่าจะออกมาในรูปแบบไหน” นายฐากรกล่าว
นายฐากร กล่าวต่อว่า ในส่วนของระบบตรวจตาทางไกล ยังเป็นระบบนำร่องที่แสดงให้เห็นว่าระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถต่อยอดไปสู่สิ่งใดได้บ้าง
โดยระหว่างการนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการ ได้มีการทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตในการดาวน์โหลดอยู่ที่ 52 Mbps และอัพโหลดอยู่ที่ 30 Mbps จากนั้นได้มีทดสอบการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบ Video Conference ซึ่งมีการพูดคุยทักทายกัน ระหว่างครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำโจน กับโรงเรียนบ้านป่าลาน จ.เชียงใหม่ และได้มีการทดสอบระบบเครื่องตรวจตาผู้ป่วยทางไกล โดยมีการบันทึกภาพดวงตาผู้ป่วยจากเครื่องตรวจตา จากนั้นส่งภาพไปยังแพทย์เพื่อวิเคราะห์ และพูดคุยถึงอาการผิดปกติกับผู้ป่วยโดยตรง โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลด้วยตัวเอง
นายสำรวย ธรรมกุล ชาวบ้านที่ได้รับการทดลองตรวจตาผ่านระบบทางไกล กล่าวว่า หากได้ใช้จริงก็จะเป็นการดีมาก เพราะที่นี่ห่างจากโรงพยาบาลที่ ต.สองพี่น้อง 15 กิโล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที อีกทั้งต้องรอบัตรคิว รอหมอ แล้วยังต้องจ่ายค่าเดินทางอีก ถ้าโครงการนี้สำเร็จจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุที่เดินทางลำบากอย่างมาก ขอปรบมือ
ภายหลังการเยี่ยมชมโครงการ นายฐากรได้มอบของที่ระลึกจากทาง กสทช. แก่ครูและเด็กนักเรียน จากนั้นรับชมการแสดงตลกจากนักเรียนคณะโรงเรียนบ้านนำโจนอมยิ้ม


