นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) เปิดเผยว่า ในปี 2561 จะเร่งเพิ่มสมาชิกกอช.ให้ได้ 1.2 ล้านราย จากขณะนี้มีสมาชิกที่ 5.3 แสนราย เท่ากับว่าต้องเพิ่มขึ้น 7 แสนราย คิดเป็น 120% โดยการเพิ่มสมาชิกจะเน้นไปยังให้ความรู้วางแผนการออม แนะนำแรงงานที่อยู่นอกระบบ อาชีพอิสระ รวมถึงนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ให้รู้จักการออมเงินให้มากขึ้น โดยหากมีการออมเงินปีละ 13,200 บาท ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี จะมีเงินสำหรับใช้ในช่วงเกษียณเดือนละ 7,000 บาท โดยขณะนี้กอช.อยู่ระหว่างแก้กฎกระทรวงเพื่อให้มีการออมเงินในฝั่งของสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 30,000 บาท ถ้าออมในระดับดังกล่าวตั้งแต่อายุ 15-60 ปีจะมีเงินใช้ช่วงเกษียณเดือนละ 15,000 บาทการเพิ่มเงินออมในฝั่งสมาชิก เพื่อจูงใจให้กลุ่มอาชีพอิสระเข้ามาออกมากขึ้น เพราะเงินในส่วนนี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย
นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวว่า ในการออมเงินไม่จำเป็นต้องถึงระดับปีละ 1 หมื่นบาท ปีละ 100-200 บาทก็ออมได้ กอช.จะจ่ายเงินให้เป็นเงินหลังเกษียณขั้นต่ำเดือนละ 600 บาท โดยอยากให้มีการออมต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลจะได้สบทบการออมให้ทุกปีในระดับ 600-1,200 บาทตามช่วงอายุ ตรงนี้ถือเป็นการลงทุนระยะยาวเป็นการวางแผนชีวิตเพื่อวันเกษียณ เพราะเคยมีการประเมินคร่าวๆ ว่าหากต้องใช้เงินทานข้าววันละ 300 บาท จนถึงอายุ 80 ปี ต้องมีเงินเก็บไม่น้อยกว่า 3.6 ล้านบาท
นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวว่า เงินที่จ่ายเข้ากอช.จะได้รับการคุ้มครองเงินต้น และกอช.วางเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนปีละ 3% โดยในปี 2560 ที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 4% ซึ่งในการลงทุนภายใต้กรอบนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงมากกว่า 80% และลงทุนในหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการ กอช. กำหนดอาทิ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยในปี 2560 เริ่มนำเงินไปลงทุนในกองทุนset 50 ในสัดส่วน 10% จากกรอบที่กำหนดไว้ไม่เกิน 20%
นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวว่า จำนวนสมาชิก 5.3 แสนคนถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน โดยจำนวนที่เป็นสมาชิกมีถึง 30% ที่ไม่มีการออมเพิ่ม ดังนั้นในปีนี้กอช.จะเน้นให้ความรู้ด้านการออม โดยเข้าไปกับกองทุนหมู่บ้าน และทีมสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เพื่อไปให้ความรู้ประชาชนทั่วไปว่าควรต้องมีการออมก่อนใช้ จากปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่จะใช้แล้วค่อยออม
นางสาวจารุลักษณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในปี 2561 กอช.จะเร่งเพิ่มช่องทางการให้บริการดิจิทัลออนไลน์ เพื่อให้บริการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัคร และให้สมาชิกตรวจสอบยอดเงินในบัญชีผ่าน Mobile Application ในไตรมาส 2 รวมถึงเพิ่มจุดรับสมัครและช่องทางการส่งเงินสะสม รวมไปถึงการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการด้านงานสมาชิกเพื่อลดความยุ่งยากและสมาชิกได้รับความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดการจัดทำบัตรสิทธิประโยชน์เพื่อผู้เป็นสมาชิก กอช. ไว้ใช้แสดงตนเมื่อเข้าร่วมโครงการพิเศษต่างๆ กับ กอช. อีกด้วย

