นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 มกราคมนี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อติดตามสถานการณ์ส่งออกและประเมินตัวเลขการส่งออกปี 2561 ก่อนประชุมร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(ทูตพาณิชย์)58 แห่งทั่วโลก ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เพื่อตั้งเป้าการส่งออก รวมจัดทำแผนผลักดัน และรับมอบนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้จะหารือการปรับรูปแบบการทำงานของทูตพาณิชย์ ให้เสมือนเอกชน เน้นทำงานเชิงรุกเป็นฟันเฟืองสำคัญผลักดันส่งออก ติดตามความคืบหน้านโยบายความเป็นหุ้นส่วน
นางจันทิรา กล่าวว่า เบื้องต้นตั้งเป้าผลักดันการส่งออกปี 2561 ขยายตัว 5-10% จากปี 2560 ที่มีมูลค่า 2.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ราคาน้ำมันเริ่มอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในตลาดศักยภาพ การรปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคบางส่วนของจีน การฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป (อียู) และการปรับตัวของผู้ประกอบการไทยในการผลิตสินค้าไทยสู่ดิจิทัล โดยจะมุ่งเน้นทำตลาดประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ได้แก่ ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) จีน อินเดีย อียู รวมทั้งประเทศที่น่าสนใจอย่างตะวันออกกลาง และแอฟริกา
นางจันทิรา กล่าวอีกว่า การผลักดันส่งออก มี 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ผ่าน 329 กิจกรรม ได้แก่ 1.ขยายตลาด ทั้งตลาดออฟไลน์และออนไลน์ เดินกลยุทธ์ความเป็นหุ้นส่วน กับประเทศที่ผู้บริหารระดับสูงเคยไปเยือน และในระยะใกล้นี้มีงานที่ผู้บริหารระดับสูงจะเยือนต่างประเทศ เช่น วันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ 2561 รองนายกรัฐมนตรีนำคณะเยือนญี่ปุ่น หารือกับผู้บริหารภาครัฐและนักธุรกิจรายสำคัญ วันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะไปกัมพูชา เพื่อประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-กัมพูชา และหารือกับผู้บริหารภาครัฐและนักธุรกิจรายสำคัญ วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2561 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนอิหร่าน ในวาระ JTC ไทย-อิหร่าน รวมทั้งเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น สัตว์เลี้ยง สินค้าแม่และเด็ก สินค้าพรีเมียมจับกลุ่มคนรวย และโฟกัสทำตลาดทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
นางจันทิรา กล่าวว่า 2. สนับสนุนการส่งออกธุรกิจบริการมากขึ้น เช่น ธุรกิจการแพทย์และดูแลสุขภาพ ดิจิทัลคอนเทนต์ ส่งเสริมการค้าและโลจิสติกส์ 3.ผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการเป็นรายกลุ่ม เช่น สินค้ากลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้ากลุ่มอาหาร 4.พัฒนาผู้ประกอบการ ด้วยการส่งเสริมเอสเอ็มอี สินค้าชุมชน จำนวน 100,000 ราย ให้ได้รับการอบรมและส่งออกสินค้าได้ รวมถึงส่งเสริมการค้าอี-คอมเมิร์ซ ผ่าน www.thaitrade.com 5.ส่งเสริมการประกอบธุรกิจและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ เช่น จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างประเทศ มีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญแนะนำการเจาะตลาดเฉพาะ(พี่จูงน้อง)
สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกที่ต้องติดตามปี 2561 อาทิ เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าสำคัญ ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์นี้กรมฯจะจัดให้ความรู้รับมือเรื่องนี้ในช่วงต้น ขณะเดียวกันเอกชนต้องการให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ ความไม่แน่นอนของนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่น มาตรการปกป้องทางการค้า อาจมีผลกระทบต่อสินค้าบางกลุ่ม เช่น เครื่องซักผ้า โซลาร์เซลล์ และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2561 ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งภาครัฐกำลังมีมาตรการเยียวยาออกมา ควบคู่กับส่งเสริมผู้ประกอบการปรับตัว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า ซึ่งจะทำให้เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนค่าแรงในสินค้าต่อชิ้นลดลง

