‘สนธิรัตน์’นำทีมพาณิชย์ลุยอีสาน แจงแผนขับเคลื่อนตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

27.01.18 | 14:31 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างนำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่พบปะกับเกษตรกรและประชาชนในงานสมัชชาพลเมืองอีสาน ตุ้มโฮมฮักแพงแบ่งปันอีสานหนึ่งเดียว ที่เทศบาลตำบลหนองบัววง อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 27 มกราคม เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน พร้อมทั้งขอให้สนับสนุนและร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการทำงาน เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก เพราะเมื่อเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง จะทำให้เศรษฐกิจประเทศเข้มแข็งและขยายตัวได้ดีขึ้น


สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก กระทรวงจะเดินหน้าสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ได้ขึ้นทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะนี้ได้ผลักดันโครงการสร้างอาชีพออกมาแล้วหลายโครงการ เช่น แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ที่กำลังจะลงพื้นที่ในส่วนภูมิภาค การฝึกทำอาชีพเสริมสวย แม่บ้านมืออาชีพ ซึ่งผู้ที่ต้องการเงินทุน ก็จะประสานธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาปล่อยสินเชื่อให้ รวมทั้งให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ในเรื่องของการยกระดับความพร้อมในการประกอบธุรกิจ เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงไปยังสถาบันการเงินในการปล่อยเงินสินเชื่อ

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าชุมชน สินค้าโอท็อป สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งร้านค้าและผู้ผลิต และยังจะเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอีก 2 หมื่นร้าน เป็นร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 1 หมื่นร้าน และพาณิชย์ส่งเสริมอีก 1 หมื่นร้าน โดยขณะนี้กำลังเร่งรัดการติดตั้งเครื่องรูดบัตร หากสำเร็จจะทำให้มีร้านค้าธงฟ้าทั้งประเทศ 4 หมื่นร้าน จากนั้น จะทำการคัดเลือกร้านที่เข้มแข็งพัฒนาเป็นร้านโชห่วยไฮบริด โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยและเพิ่มโอกาสค้าขายผ่านทางออนไลน์ ทำให้ร้านค้ามีความเข้มแข็งมากขึ้น

ส่วนแผนงานอื่นๆ จะมีการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเพาะปลูกพืชผักและทำปศุสัตว์อินทรีย์เพิ่มมากขึ้น เพราะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต และกระทรวงเองก็มีนโยบายในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งการเพิ่มจำนวนผู้ปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์ การผลักดันให้เกิดหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ ซึ่งปี 2561 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 12 แห่ง และยังได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่สินค้าโอท็อป สินค้าจีไอ จะเข้าไปส่งเสริมพัฒนา และสร้างโอกาสทางด้านการตลาดให้กับผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

“สำหรับสิ่งที่สมัชชาฯ กำลังดำเนินการ ทั้งการผลักดันคลัสเตอร์เกษตรอินทรีย์ การผลักดันการท่องเที่ยวชุมชน การจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายการทำงานของพาณิชย์ กระทรวงพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับสมัชชาฯ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีพาณิชย์จังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักระดับจังหวัดในส่วนของกระทรวงพาณิชย์” นายสนธิรัตน์กล่าว

ซึ่งในวันเดียวกันนี้ นายสนธิรัตน์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการจำหน่ายสินค้าที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่ร้านทวีกิจแคนดง 2 อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ พบว่าร้านค้ามียอดการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมาซื้อสินค้าที่ร้าน ต่างรู้สึกพอใจ เพราะสินค้ามีราคาถูกกว่าปกติจริง ช่วยลดค่าครองชีพได้จริง และขอให้กระทรวงเพิ่มจำนวนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งยืนยันไปว่ากำลังดำเนินการ ทั้งการเพิ่มจำนวนร้านค้า และจำนวนสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายในร้าน