“เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวกลับมาบางส่วนปลายสัปดาห์ ”
ศูฯย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่าหลุดแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ มาแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 ปีที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังคำกล่าวของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ เป็นผลดีต่อการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวทำให้ตลาดตีความว่า สหรัฐฯ สนับสนุนให้เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง อนึ่ง กรอบการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่ผู้ว่าการธปท. ส่งสัญญาณว่า จะยกระดับการดูแลและเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และพร้อมทบทวนมาตรการเพิ่มเติมหากค่าเงินเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ
สำหรับในวันศุกร์ (26 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 31.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 ม.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (29 ม.ค.-2 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.00-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด และตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค. 2560 ของธปท. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญอื่นๆ ระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร การจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI ภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และดัชนีราคา Core PCE Price Index ยอดทำสัญญาณขายบ้านที่รอปิดการขาย เดือนธ.ค. และดัชนีราคาบ้าน เดือนพ.ย. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามรายงานดัชนี PMI ของประเทศชั้นนำอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาบางส่วนปลายสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,828.88 จุด เพิ่มขึ้น 0.41% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณ 13.53% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 70,252.93 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 534.02 จุด เพิ่มขึ้น 0.96% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ ด้วยแรงหนุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากการคาดการณ์ต่อผลประกอบการงวดไตรมาส 4/60 ที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับแรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ฯ รวมถึงปัจจัยบวกที่เข้ามาเพิ่มเติม หลังสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ดัชนี SET ต้องเผชิญแรงขายทำกำไร ท่ามกลางปัจจัยกดดันประเด็นทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงในช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวปลายสัปดาห์ตามสถานะซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (29 ม.ค.- 2 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,820 และ 1,810 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,840 และ 1,855 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (30-31 ม.ค.) ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนธ.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนม.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/60 และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของประเทศในแถบยุโรป ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนและญี่ปุ่น

