พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
เพื่อสนับสนุนและให้ความรู้กับบุคคลากรด้านการท่องเที่ยวในการดูแลความปลอดภันด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้เครือข่ายในการยกระดับการท่องเที่ยวให่กว้างขวางขึ้น และจะใช้เป็นต้นแบบสำหรับการขยายการพัฒนาไปยังพื้นที่อื่นต่อไป
“นักท่องเที่ยวจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีทั้งทางบกและทางน้ำ ด้วยการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม รวมถึงคนในพื้นที่เช่นเดียวกันที่มั่นใจได้ว่าการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตจะลดลง” พ.อ.นาฬิกอติภัค กล่าว
พ.อ.นา)ชฬิกอติภัค กล่าวว่า สำหรับแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวในปี 2561 นั้น ทางพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ อพท. ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการสนับสนุนในหลายมิติ แต่ยังมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนัก อพท. ที่มีพันธกิจในการใช้อัตลักษณ์ชุมชนเป็นรากฐานในการพัฒนาการท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ จึงถือว่าเป็นเกียรติมากที่ได้รับภารกิจนี้ โดยจะชูความเป็นมุสลิมและแหล่งท่องเที่ยวสวยงามที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก คาดว่าภายใน 3 ปีจำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้าไปเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย จากนั้นก็จะขยายต่อไปยังนักท่องเที่ยวคนไทยในภาคใต้ และที่สุดแล้วจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศอื่นๆ เข้าไปท่องเที่ยวด้วย
“ขณะนี้ได้ปรึกษาหารือกับนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีแล้ว ขณะที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ส่งรายชื่อชุมชนมาให้พิจารณา 29 ชุมชน ซึ่ง อพท. จะคัดเลือกตามความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เห็นผลชัดเจน”พ.อ.อาฬิกอติภัคกล่าว
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิกาสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ หรืออาชญากรรมมากขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวนั้นต้องไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ในฐานะองค์กรมหาชนที่มีภารกิจสอดคล้องกัน การร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการเติมเต็มความปลอดภัยทางด้านการท่องเที่ยว

