นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 838,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18% โดยในไตรมาสแรกมีแผนที่จะเปิดจำหน่าย 7 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนที่จัดสรรน้ำหนักการลงทุน รวม 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนมั่งคั่ง มีทรัพย์ ศรีศิริ สุขใจ (มั่งมีศรีสุข) และกองทุนต่างประเทศประเภทยูนิตลิ้งค์ จำนวน 3 กองทุน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นขออนุมัติจัดตั้งกองทุนกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และยังมีแผนที่จะเปิดจำหน่ายกองทุนอื่นๆ อีก โดยบริษัทกำลังดูความเหมาะสม และจังหวะในการเปิดจำหน่าย ซึ่งบริษัทจะคำนึงถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุน ทั้งนี้บริษัทจะเน้นการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้นผ่านทางโมบาย แอพพลิเคชั่น
นางชวินดากล่าวว่า ส่วนปีที่ผ่านมา บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2560 อยู่ที่ 714,257 ล้านบาท ลดลง 4.7% หรือประมาณ 35,121 ล้านบาท จากปี 2559 เนื่องจากการยกเลิกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุน TRIF ,TCIF ,THIF แต่กำไรของบริษัทสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับ 4 ของอุตสาหกรรม
นายวีระ วุฒิคงศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับประมาณการณ์ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จากเดิมที่ 3.7% โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับประมาณการขึ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว จากกฎหมายการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ การฟื้นตัวของอุปสงค์ในยูโรโซน และการกระตุ้นด้านการคลังของญี่ปุ่น ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ยังคงมีการเติบโตในระดับสูงเช่นเดิม ทั้งนี้การที่หลายๆ ประเทศเติบโตขึ้นพร้อมๆ กันเช่นนี้ ทำให้เกิดประโยชน์จากการเอื้อหนุนซึ่งกันและกัน และยิ่งทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความแข็งแกร่งขึ้น ส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ

