หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังชี้เอสเอ็...

คลังชี้เอสเอ็มอี 4 แสนรายได้ประโยชน์จากมาตรการลดหย่อน 1.15 เท่า

31.01.18 | 12:47 น.

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ด้วยการให้นำค่าจ้างรายวันที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างมาหักเป็นรายจ่ายภาษี 1.15 เท่าของค่าจ้างรายวันที่จ่ายให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งค่าจ้างรายวันดังกล่าว ไม่นับรวมค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าล่วงเวลา โดยคาดว่าจะมีเอสเอ็มอีอยู่ในระบบภาษีได้รับประโยชน์กว่า 4 แสนราย แม้จะเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีที่ขาดทุนยังได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ เพราะค่าใช้จ่ายให้นำไปหัก 1.15 เท่า หากสร้างผลขาดทุนเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น สามารถใช้สิทธิขาดทุนสะสมยกมาหักออกจากกำไรในช่วง 5 ปี เช่นปีนี้ขาดทุน 100 ล้านบาท ปีหน้ามีกำไร 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษีเพราะถือว่ายังขาดทุนเป็นต้น


นางสาวกุลยา กล่าวว่า นอกจากนี้ผลของมาตรการยังทำให้มีถึง 17 จังหวัดไม่มีภาระเพิ่มขึ้น และยังได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐกลับมาในรูปแบบภาษีด้วย เช่น จังหวัด ตาก ชัยภูมิ สตูล สุโขทัย ศรีสะเกษ โดยมีถึง 30 จังหวัดที่มีภาระภาษีเพียง 0.1% หรือโดยรวมแล้วมีถึง 47 จังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง ส่วนจังหวัดที่ขึ้นค่าแรงสูงสุด 20-22 บาทต่อวัน คือ ระยอง ภูเก็ต ชลบุรีนั้น เมื่อนำไปหักมาตรการภาษีแล้ว ทำให้มีภาระจากค่าแรงเพิ่มขึ้นเพียง 3.7% หรือประมาณ 11 บาทต่อคนต่อวัน เท่านั้น

นางแพตริเซีย มงคลวนิช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ในการประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีทำให้กรมสูญเสียรายได้ 5,400 ล้านบาท เป็นการประเมินไว้บนฐานสูงสุดที่เอสเอ็มอีจะใช้สิทธิ ซึ่งพบว่ากลุ่มเอสเอ็มอีนั้นมีต้นทุนแรงงานสูงมากประมาณ 30% อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิต้องไม่ซ้ำซ้อนกับการสิทธิอื่นๆ เช่น กรณีจ้างคนชราทำงานสามารถหักค่าใช้จ่ายภาษี 2 เท่า เมื่อใช้สิทธิดังกล่าวไปแล้วจะใช้สิทธิมาตรการนี้ไม่ได้อีก