นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยระหว่างงานสัมมนา “เผยแพร่ข้อมูลโครงการก่อนประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน ในการดำเนินงานและบำรุงรักษา โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี” ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่อนุมัติและมอบหมายให้กรมทางหลวงและคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 แห่งราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ซึ่งทั้ง 2 โครงการ เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ในรูปแบบพีพีพี โดยแบ่งกรอบระยะเวลาลงทุนเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เอกชนออกแบบและลงทุนก่อสร้าง ในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน
ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เอกชนลงทุน จะเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ ระยะที่ 2 เอกชนดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ ทั้งส่วนงานโยธาที่ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนและส่วนที่เอกชนลงทุน โดยเอกชนต้องบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและมอบให้กรมทางหลวงเก็บเข้ากองทุนมอเตอร์เวย์ ในระยะสัญญาไม่เกิน 30 ปี ตั้งเเต่เปิดให้บริการ ซึ่งรายได้ทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ
นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า ผลตอบแทนที่เอกชนจะได้รับ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ค่าลงทุนก่อสร้างงานระบบ และ 2.ค่าจ้างการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ รวมถึงงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ หากเอกชนไม่สามารถบริหารจัดการได้ตามที่ตกลงไว้ กรมทางหลวงจะคิดค่าปรับตามเงื่อนไขของสัญญา
“ครม.ได้กำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่จ่ายคืนให้ผู้รับสัมปทานในสายบางปะอิน – นครราชสีมา สูงสุดอยู่ที่ 33,000 ล้านบาท และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี สูงสุดอยู่ที่ 28,000 ล้านบาท เบื้องต้นมีเอกชน 6-7 กลุ่มที่สนใจ ซึ่งเราต้องดูเรื่องเทคนิคในการก่อสร้างที่สอดคล้องกับราคาเป็นสำคัญ เพื่อให้ภาครัฐได้ประโยชน์มากที่สุด และเราก็ไม่อยากเห็นหางแถวรถติด 3 กิโลเมตรก่อนเข้าด่านเก็บเงิน ” นายธานินทร์ กล่าว
นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมทางหลวงอยู่ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้างงานโยธาทั้ง 2 สาย โดยสายบางปะอิน – นครราชสีมา ระยะทางทั้งหมดอยู่ที่ 196 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าประมาณ 25% และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี ระยะทางทั้งหมดอยู่ที่ 96 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าประมาณ 5% คาดว่างานโยธาจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2564
ในส่วนที่ให้เอกชนร่วมทุน นั้น เพื่อส่งเสริมให้เอกชนใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการเสริมประสิทธิภาพการให้บริการทางหลวงพิเศษได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้โครงการมีมาตรฐานสากลเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคต่างๆ ขณะนี้กรมทางหลวงกำลังดำเนินการด้านเอกสารเชิญชวนและร่างสัญญาการร่วมทุน มีกำหนดเชิญชวนเอกชนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ขายซองให้เอกชนในเดือนมีนาคม 2561 ให้เอกชนยื่นซองในเดือนสิงหาคม 2561 และเสนอครม. ในเดือนธันวาคม 2561

