พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยถึงการประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานของ กสทช. ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอล ว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. หรือ กตป. ได้รายงานผลการประเมินของการทำงานของ กสทช. ในประเด็นปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอล โดยในข้อเท็จจริง กตป. อาจได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากที่ผ่านมา กสท. ได้ดำเนินการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอลตามแผนงาน โดยมีการติดตั้งสถานีโครงข่ายแล้ว คิดเป็น 85.9% ทั่้วประเทศ เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ด้านสัดส่วนผู้รับชมช่องรายการที่มาจากช่องอนาล็อกเดิมและช่องรายการใหม่ ก็เพิ่มขึ้นเป็น 58.7% และทีวีช่องใหม่ เป็นช่องยอดนิยมติด 10 อันดับด้วย เป็นผลจากการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาและรายการเกมส์โชว์แปลกใหม่ ที่ดึงดูดความสนใจจากประชาชนได้ค่อนข้างมาก
พ.อ.นที กล่าวว่า ปัญหาการรับชมทีวีดิจิตอลไม่ชัดเจน อาจมีปัจจัยจากสภาพพื้นที่ ตัวอาคารและความใกล้ไกลของเสาสัญญาณส่ง กสท.ได้แนะนำให้ติดตัวเสริมสัญญาณภายนอกอาคารที่พัก ให้การรับชมชัดเจนขึ้นได้ ส่วนการยุติการออกอากาศระบบอนาล็อก กำหนดเวลายุติได้เพียง 4 ช่อง คือ ช่อง 5 ช่อง 9 ช่องเอ็นบีที และไทยพีบีเอส ในเดือน กรกฎาคม 2561 สำหรับการแจกคูปองดิจิตอลทีวี ล็อตที่หมดอายุวันที่ 31 มกราคม 2559 พบว่า มีประชาชนได้นำคูปองไปแลกถึง 64% ของคูปองที่แจกทั้งหมด และขณะนี้สำนักงาน กสทช. กำลังเร่งแจกคูปองเพิ่มอีก 8 ล้านครัวเรื่อง ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้อนุมัติ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
“ ผมขอไม่ขอตั้งข้อสังเกต กตป. ในเรื่องใดๆ ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ การออกมากล่าวอะไรย่อมต้องพูดบนข้อเท็จจริงจะพูดอะไรลอยๆ และทำให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไม่ได้” พ.อ.นที กล่าว
นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ยังสร้างหลักประกันให้ประชาชนได้รับบริการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการรับบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปได้ทั่วถึง จึงออกประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เพื่อให้บริการโครงข่ายสำหรับโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก เช่น ทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ลทีวี ต้องนำช่องทีวีดิจิตอล มาจัดเรียงหมายเลข 1-36 บนโครงข่ายของตน ส่วนของวิทยุดิจิตอลได้ดำเนินการมาตลอดตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งวันที่ 21 มีนาคม 2559 กสท.ให้สำนักงาน กสทช. ปรับปรุงเนื้อหาร่างแผนพัฒนากิจการกระจายเสียง คาดเริ่มทดลองระบบรับส่งภายในปี 2561

