นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับนายคีริลล์ บาร์สกี เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ว่า ได้หารือเรื่องรายละเอียดกำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายอเล็กเซย์ กรูซเดียฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งจะนำทีมคณะนักธุรกิจรัสเซียที่สนใจเข้ามาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของไทย ระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2561
พร้อมกับนำคณะนักธุรกิจชั้นนำของรัสเซียประมาณ 20 บริษัท ในสาขาที่รัสเซียมีความเข้มแข็งและเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ของไทย ร่วมเดินทางมาศึกษาโอกาสการลงทุนในโครงการ EEC อาทิ กลุ่มเทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Digital Economy: DE) พลังงานนิวเคลียร์ น้ำมัน แก๊สธรรมชาติ บริหารท่าเรือ สนามบิน รักษาความปลอดภัย ยานยนต์เพื่อการก่อสร้างและอาวุธ ยานยนต์ทั่วไป ผลิตภัณฑ์เหล็ก เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีสื่อสาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัสเซียที่ต้องการจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไทย โดยในขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเยือน ได้แก่ การพบหารือในระดับสูง การสัมมนาภาคธุรกิจไทย-รัสเซีย การพบปะหารือจับคู่ระหว่างภาคธุรกิจ และการเยี่ยมชมดูงานภายใต้โครงการ EEC เพื่อให้ความรู้ต่อนักลงทุนรัสเซียเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในโครงการ EEC ของไทย
นอกจากนี้ ได้หารือในรายละเอียดตามเป้าหมายร่วมจะผลักดันการค้า 2 ฝ่ายเพิ่มอีก 5 เท่าตัว หรือ มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 5 จากปี 2560 ไทยและรัสเซีย มีมูลค่ารวม 3,130 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 61.20%
โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สินค้านำเข้าสำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันดิบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ถ่านหิน พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ และเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค

