หมายเหตุ – นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนในกิจกรรม Meet the press ครั้งที่ 2 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์
การท่องเที่ยว สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำได้ ถ้าเราตั้งโจทย์ด้วยคำถามนี้ ก็จะทำให้สิ่งที่เรากำลังจะทำดำเนินไปในทางที่ถูกที่ควร มันมีวิธีสารพัดที่จะไปช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยนั้นติดอันดับโลก หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้ว และความเหลื่อมล้ำนั้นเองที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดกีฬาสีขึ้นในสังคมไทย บางคนรู้สึกว่า เมื่อรับฟังเสียงของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เขาก็จำเป็นต้องออกมาแสดงเรื่องอื่นๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้อยากทำเลย แล้ว 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราก็วนว่ายอยู่กับเรื่องแบบนี้ เราได้พบแล้วว่า กระบวนการในซัพพลายเชน (supply chain) ก็คือ วงจรของสิ่งที่เข้ามาสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะมันทำให้คนที่ความรู้น้อย ทุนบาง สามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมแบบนี้ได้ ทั้งสามารถมีส่วนทั้งรายได้ รวมถึงได้เล่าเรื่องของตัวเอง ซึ่งมีความหมายมาก ฉะนั้นในทางสังคม วัฒนธรรม พอเขามีตัวตนขึ้นมา มีตัวตนในชุมชน ในจังหวัด ในภาค ในประเทศ เขาจะรู้สึกได้ว่าเรื่องของเขาจะมีคนเห็น แล้วบางคนอาจหยิบยื่นหรือแสดงตัวเป็นพรรคพวกเดียวกัน
อีกเรื่องหนึ่ง คือ แทนที่เราจะพูดคำว่า วาระแห่งชาติด้านการท่องเที่ยว เราควรทำให้การท่องเที่ยวไปรับใช้ชุมชน ไม่ใช่ชุมชนมารับใช้ท่องเที่ยว เราได้เห็นแล้วว่าการท่องเที่ยวไทยได้ก้าวเข้ามาสู่จุดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เมื่อก่อนปีใหม่ ผมไปจับมือกับนักท่องเที่ยวสุภาพสตรีชาวเยอรมัน ที่เข้ามาในประเทศไทยเป็นคนที่ 35 ล้าน ครั้งแรกของประวัติศาสตร์ เราไม่เคยรับนักท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้มาก่อน หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น คนของเราก็ไปจับมือต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันคนที่ 1 ล้านแรกของประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน แปลว่า เราไม่ต้องกังวลเรื่องคนเดินทางเข้าประเทศไทย เพราะมากันเยอะแน่ๆ สิ่งที่เราควรจะดูแลคือ เราจะทำอย่างไรให้คนที่มาแล้ว ได้กลับไปพร้อมรอยยิ้ม ผมจึงสนใจดัชนีชี้วัดด้วยรอยยิ้ม มากกว่าชี้วัดด้วยรายได้ สิ่งนี้เป็นโจทย์ใหญ่มาก
บัดนี้ต้องสนใจว่าเราจะพาเขาไปที่ไหน ก็เป็นที่มาของนโยบายเที่ยวเมืองรอง ซึ่งจะได้ประโยชน์หลายทาง คือ 1.ให้เขาได้เห็นในสิ่งที่เกินคาด เนื่องจากภาพจากเมืองรองยังมีไม่มาก อีกทั้งคนในพื้นที่จะรู้สึกมีตัวตน ในเรื่องความยั่งยืน ถ้าทำได้ตามดัชนีชี้วัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (GSDC) แล้วผมคิดว่าคนจะสบายใจ
ต้องรักษาความหลากหลายของลูกค้าไว้ และลูกค้าที่สำคัญที่สุด คือ ลูกค้าไทย ไทยเที่ยวไทยโตขึ้นมาก เขาเป็นคนร่วมภูมิใจกับการเป็นเจ้าของแผ่นดิน ทำให้ได้รู้จักกัน ทำให้รู้สึกผูกพัน เห็นจุดเด่นของกันและกัน เราพูดว่าเราจะร่วมมือกันได้
ประชาชนสนใจมากในนโยบายเมืองรอง เพราะเมืองหลักอึดอัด ทั้งจากการจราจรและควันพิษ เมืองรองก็อยากรับรองนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้เมืองรอง 55 จังหวัด ถือว่ายังไม่ครบ กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะประกาศเพิ่มเติมถึงพื้นที่รองในเมืองหลักด้วย แต่ก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ รวมถึงผมเพิ่งเข้ามาในตำแหน่งได้ 60 วัน
เมืองรองแต่ละเมืองมีศักยภาพไม่เท่ากัน ต่อไปก็ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม ผมคิดว่าประชาชนคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ จึงเป็นที่มาที่ผมได้ออกเครื่องมือ เช่น ไอดีไลน์ @tourism1 จนถึง @ tourism9 ซึ่งแต่ละหมายเลขเอาไว้ตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางแจ้งข่าวสารการท่องเที่ยว เช่น @tourism1 เป็นศูนย์แจ้งซ่อม แจ้งมาว่าพื้นที่ไหนไม่สะอาด หรือชำรุด เราจะได้ภาพที่นักท่องเที่ยวจริงไม่พอใจ แล้วเราจะนำอาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เพื่องบประมาณที่จะนำไปซ่อมแซมจะได้เข้าไปได้ตรงจุด หรือ @tourism2 เป็นศูนย์แจ้งสร้าง ให้ประชาชนแจ้งเรื่องเข้ามา แล้วเราจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ อย่างในหลายพื้นที่ท่องเที่ยวที่ควรได้รับการเปิดตัวมากกว่านี้ เป็นต้น เรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การให้ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของการท่องเที่ยว หากเกิดขึ้นได้ ประชาชนจะไม่ต้องกังวลว่ากระทรวงหรือกรมไหนจะดำเนินการเรื่องการท่องเที่ยวอย่างไร
อีกอันหนึ่งคือ ในเรื่องกิจการการท่องเที่ยวจีนมีนโยบายของรัฐเกี่ยวข้องมาก เราได้เห็นแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเกาหลี เวียดนาม ในเวลาที่ความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองมีปัญหา เรารักนักท่องเที่ยวจีนมาก แต่เราต้องบริหารความเสี่ยงให้ได้ อีกอย่างเสี่ยงของคนจีนเมื่อมาเที่ยวเมืองไทยแล้วกลับไปบอกต่อถึงความสวยงามและรอยยิ้มของคนไทย คนจีนก็อยากมาเที่ยวมากขึ้น เราต้องเรียนรู้พฤติกรรมคนจีนให้มากขึ้น หาจุดร่วม จุดปรับให้ไปด้วยกันได้
ตรุษจีนปี 2561 คนจีนเข้าประเทศไทยเยอะมาก โต 10% แน่นอน เพราะคนจีนพบแล้วว่าการมาฉลองตรุษจีนนอกแผ่นดินมีความสุขมาก แล้วพบอีกว่าประเทศไทยมีการเฉลิมฉลองตรุษจีนได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เมืองใดในโลก บัดนี้เราได้ส่งเสริมตรุษจีนในเมืองรองเพื่อเพิ่มบรรยากาศใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัส มีรอยยิ้มและความยืดหยุ่นที่หาไม่ได้จากคนประเทศอื่น ถ้าท่านไปญี่ปุ่นเขาจะยิ้มแย้มให้ท่าน แต่ถ้าท่านสั่งอาหารนอกเมนูเมื่อไร ท่านจะเริ่มรู้สึกถึงความไม่ยืดหยุ่น แต่คนไทยมีรอยยิ้มและยืดหยุ่นโดยธรรมชาติ เป็นคุณค่าของการท่องเที่ยวไทยที่รุ่งเรืองมาได้ตลอดมา
ในเรื่องฟุตบอลโลก ก่อนที่จะมีกฎ must carry กับ must have การหาอะไรมาถ่ายทอดให้คนไทยดูไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาเลย เพราะเดี๋ยวก็มีคนที่บริหารจัดการได้มาลงทุนเอง แต่พอมีกฎดังกล่าวเกิดขึ้นก็สะดุดกันมาเป็นลำดับ เราควรแก้ที่ต้นตอ เรื่องกีฬาเป็นเรื่องวัฒนธรรมที่ทุกคนอยากดู ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวฯโดยตรง เรายินดีอาสาช่วยเหลือ แต่เราไม่มีเงิน อีกทั้งก็ไม่สมควรที่จะเอางบประมาณแผ่นดินมาใช้ ซึ่งบัดนี้ภาคเอกชนก็ได้ไปลงขันกันมา และให้ภาครัฐช่วยประคับประคองขันไว้ด้วย

