หน้าแรก เศรษฐกิจ สมคิดเคาะรับ-...

สมคิดเคาะรับ-จ่ายเงินหน่วยราชการผ่านอีเพย์เมนต์เริ่ม 27 มี.ค.

2.02.18 | 16:56 น.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอีเพย์เมนต์ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ในการทำเรื่องอีเพย์เมนต์มา 2 ปี มีเป้าหมายลดการใช้เงินสด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินของประเทศ ดำเนินการไปแล้วทั้งเรื่องพร้อมเพย์ ติดตั้งเครื่องชำระเงินสด(อีดีซี) ล่าสุดมีความคืบหน้าในอีก 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ในเรื่องชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จาก 3 วันทำการ เหลือ 2 วันทำการ จะเริ่มในวันที่ 2 มีนาคมนี้ 2.ในเรื่องพร้อมเพย์ เพิ่มการชำระเงินแบบรีเควสทูเพย์ หรือการกำหนดเงินแบบกำหนดเวลาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น เงินจะโอนเข้าบัญชีร้านค้าไปแล้ว จะเบิกมาใช้ได้ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับของแล้ว ซึ่งระบบดังกล่าวจะสนับสนุนการค้าขายออนไลน์มากขึ้น ทำให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการรับจ่ายเงิน โดยเริ่มดำเนินการไปแล้ว ต่อไปน่าจะมีการขยายมากขึ้น

นายอภิศักดิ์ กล่าว 3.การรับจ่ายเงินภาครัฐจะเริ่มวันที่ 27 มีนาคมต่อไปคนที่ติดต่อราชการเกี่ยวข้องกับการรับ การจ่ายเงินต้องดำเนินการผ่านระบบอีเพย์เมนต์ ทั้งการดำเนินการผ่านเครื่องอีดีซี พร้อมเพย์ หรือคิวอาร์โค๊ต โดยในส่วนตัวไม่ต้องการเงินการรับจ่ายเงินสดในภาคราชการอีกต่อไป ก่อนหน้านี้ได้มีการออกหนังสือเวียนไปยังหน่วยราชการต่างๆ เพื่อให้ปฏิบัติตามแล้ว และจะมีการออกหนังสือย้ำอีกครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงมอบหมายให้รัฐวิสาหกิจต้องมีการรับจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้การติดตั้งเครื่องอีดีซีในร้านค้าทั่วไปสามารถติดตั้งได้แล้ว 5 แสนเครื่อง นอกจากนี้ในที่ประชุมยังหารือถึงการติดตั้งเครื่องอีดีซีร้านธงฟ้าเพิ่มอีก 2 หมื่นเครื่องตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากเป็นร้านค้าห่างไกล และมีจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยในบริเวณนั้นไม่มาก เช่น มีเพียง 20 ราย จะให้โหลดโปรแกรมไว้ในไอแพด หรือสมาร์ทโฟน เพื่ออ่านบัตรสวัสดิการ และคีย์จำนวนเงินที่ซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าได้ทันที เพื่อจะได้ไม่ต้องมีภาระในการดูแลและติดตั้งเครื่องอีดีซี

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเครื่องอีดีซีร้านธงฟ้าติดตั้งไป 2 หมื่นเครื่องนั้นพบว่ามีการคืนมาประมาณ 113 เครื่อง บางเครื่องที่คืนมาให้เหตุผลคือลูกค้ามากเกินไป เช่นต้องเปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00 น.-21.00 น. ซึ่งร้านค้ารับไม่สามารถรับไหว จึงขอคืนเครื่อง แต่บางเครื่องคืนมาเพราะมีการทุจริต