นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำในรวมกัน 59,153 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 78% ของความจุทั้งหมด โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 35,232 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 68% ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน ปริมาณน้ำมีมากกว่าปี 2560 จำนวน 8,602 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 18,530 ล้าน ลบ.ม.หรือ 75% ของความจุทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 11,834 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 65% ของปริมาณน้ำใช้การได้
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2560/61 โดยใช้น้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลักรวมกันทั้งสิ้น 14,187 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งเดือนพฤศจิกายน 2560 – 30 เมษายน 2561 จำนวน 7,700 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภค 1,140 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 1,450 ล้าน ลบ.ม. และการเกษตร 5,110 ล้าน ลบ.ม.ส่วนที่เหลืออีก 6,487 ล้าน ลบ.ม. จะสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2561
ส่วนผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาปี 2560/61 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 60 –2 กุมภาพันธ์ 2561ได้มีการระบายน้ำไปแล้วจำนวน 3,758 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 49 % ของแผนจัดสรรน้ำฯ และเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ โดยในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 การระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงอยู่ในอัตรา 90 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมาจนถึงปากอ่าวไทย และควบคุมค่าความเค็มที่สถานีสูบน้ำสำแลไม่ให้เกินเกณฑ์เฝ้าระวังที่กำหนดไว้ 0.25 กรัมต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันวัดค่าความเค็มได้ 0.18 กรัมต่อลิตร ไม่มีผลต่อน้ำดิบที่การประปานครหลวงใช้ในการผลิตประปาได้ตามปกติ ส่วนการส่งน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตชลประทาน กรมชลประทานยังสามารถสนับสนุนได้อย่างเพียงพอ ไม่เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกแต่อย่างใด
สำหรับผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2560/2561 ของทั้งประเทศ ในวันที่ 31 มกราคม 2561 มีการเพาะปลูกไปแล้ว 8.03 ล้านไร่ จากแผนฯ 9.05 ล้านไร่ คิดเป็น 89% ของพื้นที่แผนฯ เฉพาะข้าวนาปรัง มีการเพาะปลูกไปแล้ว 7.55 ล้านไร่ จากแผนฯ 8.35 ล้านไร่ คิดเป็น 90% ของพื้นที่แผนฯ เฉพาะส่วนในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกไปแล้ว 5.51 ล้านไร่ จากแผนฯ 5.23 ล้านไร่ คิดเป็น 105% ของพื้นที่แผนฯ เฉพาะข้าวนาปรัง มีการเพาะปลูกไปแล้ว 5.45 ล้านไร่ ของแผนฯ 5.17 ล้านไร่ คิดเป็น 105% ของพื้นที่แผนฯ
“ เห็นได้ว่าพื้นที่เพาะปลูกในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกเต็มพื้นที่ และเกินแผนไปแล้ว จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ร่วมกันเพาะปลูกพืชให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการจัดสรรน้ำที่ได้กำหนดไว้ และเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเพียงพอ จึงต้องขอความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตได้อย่างไม่ขาดแคลน ” นายทวีศักดิ์ กล่าว

