“ธพว.”สานต่อโครงการช่วย “จุลเอสเอ็มอี” ปีนี้มุ่งภาคตะวันออกเชื่อมอีอีซี เตรียมวงเงินสินเชื่อดอกต่ำ 5 หมื่นล้าน

4.02.18 | 16:14 น.

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารมีแผนยกระดับสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการรายย่อยระดับชุมชน หรือจุลเอสเอ็มอี ซึ่งเริ่มพัฒนาในชุมชนท่องเที่ยวภาคตะวันออก เช่น ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด และชุมชนไร้แผ่นดิน จ.จันทบุรี จนเป็นที่รู้จักในวงกว้างกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสามารถพัฒนาการผลิตสินค้าชุมชนจนอยู่ในระดับมาตรฐาน ในปีนี้ธนาคารจะขยายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนภาคตะวันออก หรือ ELE (Eastern Local Economy) โดยเฉพาะโครงการพัฒนาผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor) เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกรสวนผลไม้ ผู้รวบรวมผลไม้ ผู้แปรรูป โรงงานแปรรูป ผู้ค้าปลีกค้าส่ง ผู้ส่งออก รวมทั้งห้องเย็นขนาดเล็ก(Cold Storage)ในแหล่งผลิต และเชื่อมต่อไปยังห้องเย็นขนาดใหญ่(Public Cold Storage) ที่มีโครงการจะลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดซึ่งเป็นศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจผลไม้ครบวงจร ตลอดจนเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์อาหารทะเล

นายมงคล กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารได้ลงพื้นที่และศึกษาพัฒนาใน 5 ชุมชน 3 จังหวัด คือ 1.ชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง 2.ชุมชนทุ่งเพล จ.จันทบุรี และอีก 3 ชุมชนในจ.ตราด ได้แก่ ชุมชนเกาะกูด ชุมชนเกาะช้าง และชุมชนเกาะหมาก รวม 5,799 ครัวเรือน จำนวนประชากร 16,300 คน ตั้งเป้าหลังผ่านการพัฒนายกระดับชุมชนจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า 15,270 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น ค่าที่พักมีราคาขึ้น และเกิดการซื้อสินค้าที่ระลึกมากขึ้น ทั้งนี้ธพว.จะสนับสนุนผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) วงเงิน 50,000 ล้านบาท มุ่งช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว ท่องเที่ยวชุมชน และเกษตรแปรรูป วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท 3 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียมบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) 4 ปีแรก เพื่อยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวชุมชนสามารถรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี