นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยในพิธีลงนามต่ออายุบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange : KRX) ที่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ในวันที่ 5 มกราคม ว่า ตลท.ได้เซ็นเอ็มโอยูกับตลาดหลักทรัพย์เกาหลีเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อสร้างความร่วมมือต่อเนื่องในการพัฒนาตลาดทุน ด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ สอดคล้องกับแผนงานสำคัญของ ตลท. ในการเชื่อมโยงการระดมทุนและการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในระยะยาว และความร่วมมือในครั้งนี้จะตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีของทั้ง 2 ตลาดหลักทรัพย์
“การเซ็นเอ็มโอยูในครั้งนี้เป็นการต่ออายุเอ็มโอยูเพื่อร่วมมือกันทำงานอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแผนการพัฒนานวัตกรรมในปีนี้ โดยจะดูว่ามีข้อมูลอะไรที่จะนำไปต่อยอดได้บ้าง เช่น ที่เกาหลีมีเคเอสเอ็ม (KRX Startup Market :KSM) แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นสำหรับสตาร์ตอัพ รวมทั้งเป็นแหล่งระดมทุนให้สตาร์ตอัพ และเพิ่มโอกาสต่อยอดไปสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลัก ปัจจุบันมี 75 บริษัท และมียอดแอคทีฟประมาณ 6 บริษัท ขณะที่ไทยจะมีไลฟ์ แพลตฟอร์ม เพื่อให้บริการระดมทุนสำหรับเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพ คาดว่าจะเปิดให้ทำการซื้อขายภายในไตรมาสแรกนี้”
สำหรับตลาดหลักของเกาหลีจะมี Korean New Exchange (KONEX) ตลาดซื้อขายหุ้นของสตาร์ตอัพที่ทำธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) หรือที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี, Korean Securities Dealers Automated Quotation (KOSDAQ) ตลาดซื้อขายหุ้นขนาดกลาง-เล็ก สำหรับเอสเอ็มอี ซึ่งจะคล้ายกับตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอของไทย และ Korean Composite Stock Price Index (KOSPI) ตลาดซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ (หุ้นบลูชิพ) เช่น ซัมซุง และมีมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดประมาณ 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยมีมูลค่าตลาดรวม 5 แสนเหรียญสหรัฐ
นายจีวอน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี กล่าวว่า การต่ออายุบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้เป็นผลมาจากความสำเร็จของความร่วมมือในหลายด้านระหว่าง ตลท.และตลาดหลักทรัพย์เกาหลีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น ซึ่งการลงนามในวันนี้จะเปิดประตูสู่ความร่วมมือใหม่ๆ ของทั้ง 2 ตลาด ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีได้ริเริ่มนวัตกรรมมาสู่ตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างระบบนิเวศใหม่สำหรับสตาร์ตอัพ ขณะที่ ตลท.เองก็มีการเติบโตในเชิงปริมาณและคุณภาพ และเมื่อรวมตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 2 แห่ง เชื่อว่าจะสร้างการเติบโตของธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไป
“ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีมีอัตราการเติบโตจากกำไรของบริษัทจดทะเบียน มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ ความสามารถในการแข่งขัน และทิศทางหลังจากนี้จะพยายามทำให้สมดุลระหว่างตลาดหลักและตลาดอนุพันธ์” นายจีวอนกล่าว

