ที่จ.จันทบุรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมประชุมมอบนโยบายและติดตามการดำเนินงาน โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยในจังหวัดจันทบุรี ที่ห้องประชุมโรงแรมเคพีแกรนด์ จันทบุรี โดยได้มอบใบอนุญาตการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้แก่ผู้ประกอบการในจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 5 ราย และ มอบสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาหนี้นอกระบบในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 244 ราย เป็นเงิน 11.42 ล้านบาท
จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมการเปิดตัวโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และพบปะกับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต ณ ศาลาอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเข้ารับชมการให้บริการประชาชนทั้งในส่วนการรับแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ การสัมภาษณ์ข้อเท็จจริง วิเคราะห์ และให้คำแนะนำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายบุคคล ตลอดจนการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ แก่ประชาชน โดย ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างมอบนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อย ว่า รัฐบาลมีความมุ่งหวังให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน โดยเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งคือการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้ได้เสียก่อน ดังนั้น จึงกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติและออกแบบกลไกการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่ครบวงจร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกกระทรวง
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังดำเนินมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ได้รับโอกาสในการมีงานทำ มีความรู้และทักษะอาชีพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ และสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีบัตรสวัสดิการ ผู้ที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้รับการเติมเงินในบัตรเดือนละ 100-200บาท
“ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบหรือได้รับสินเชื่อไปแล้ว ขอให้ช่วยกันรักษาวินัยในการใช้จ่ายและชำระหนี้ มีการทำบัญชีครัวเรือน สะสมเงินออม และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อไม่ให้กลับไปเป็นหนี้นอกระบบ สามารถหลุดพ้นจากปัญหาความยากจน และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนต่อไป”นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจัดให้มีโครงการนำร่องเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่ 5 ต่อเนื่องจาก จังหวัดนครราชสีมา สุพรรณบุรี สงขลา และพิษณุโลก ที่เป็นต้นแบบของการจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยเพื่อขยายผลไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศต่อไป โดยในส่วนของผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้นอกระบบในจังหวัดจันทบุรี มีอยู่ประมาณ 6,427 คน และมีมูลหนี้นอกระบบ 302.69 ล้านบาท หรือมีมูลหนี้เฉลี่ย 47,097 บาทต่อคน
นายสมชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงการคลังเตรียมส่งข้อมูลดังกล่าวให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. เพื่อให้ติดต่อนำลูกหนี้นอกระบบแต่ละรายมาเข้าสู่กลไกการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ประกอบด้วย การให้คำปรึกษาไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ พิจารณาช่วยเหลือด้านสินเชื่อและดูแลฟื้นฟูศักยภาพการหารายได้ ซึ่งเป็นกลไกการทำงานของจุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบประจำจังหวัดจันทบุรี และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบประจำจังหวัดจันทบุรี
ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 57,405 คน และเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองมีจำนวน 12,223 การเปิดรับแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ กำหนดให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถไปแจ้งความประสงค์ที่ได้ที่ ที่อยู่ปัจจุบัน ที่ได้แจ้งไว้เมื่อคราวลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดเดือนกุมพันธ์ 2561

