หน้าแรก เศรษฐกิจ รมว.คลังชี้ทำ...

รมว.คลังชี้ทำงบขาดดุลปีนี้ 5.5 แสนล.ไม่เสี่ยง ฐานะการเงิน-การคลังยังแกร่ง

7.02.18 | 14:49 น.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนา“ไทยแลนด์เทคออฟ 2018” จัดโดยบางกอกโพสต์กรุ๊ป ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นเริ่มเทคออฟ ลักษณะของเศรษฐกิจแบบทุนนิยมการเติบโตจำเป็นต้องสร้างความมั่นคั่ง และยั่งยืนให้ประเทศ ซึ่งกระทรวงการคลังในฐานะที่ดูแลเศรษฐกิจในภาพรวมมองว่ายังมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายแบบผ่อนคลาย โดยในปีงบประมาณ 2561 จัดทำงบประจำปีขาดดุลไปแล้ว 4.5 แสนล้านบาท และกำลังทำงบกลางปีอีก 1.5 แสนล้านบาท รวมเป็นงบขาดดุล 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งการทำงบขาดดุลในระดับดังกล่าวยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงดูได้จากฐานะทางการเงินดีมาก มีเงินสำรองระหว่างประเทศถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หนี้ต่อจีดีพีมีสัดส่วนเพียง 42% ดุลการค้าเป็นบวก

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า การทำนโยบายขาดดุลไม่ใช่นำเงินไปแจก แต่เป็นการนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการทำงบเพิ่มเติมกลางปีนั้น เพื่อดูว่าประเทศต้องการอะไร และมีกำลังเพียงพอหรือไม่ เท่าที่ดูยังมีเรื่องต้องทำ 3 เรื่องคือใช้งบประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากการกู้ ใช้ในการดูแลคนจน 11.4 ล้านคน ให้มีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น ใช้งบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท การปฏิรูปภาคการเกษตรใช้งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และที่เหลือเป็นการดูแลหมู่บ้าน และชุมชน ส่วนงบกลางปีอีก 5 หมื่นล้านบาทมาจากรายได้เพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้นำมาใช้จ่ายแต่นำไปชดใช้เงินคงคลัง


นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงการคลังจะทำในปีนี้คือการผลักดันให้ไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ภายในเดือนมีนาคม 2561 นี้ การรับจ่ายเงินภาครัฐต้องเป็นอิเล็กทรอนิกส์เกือบทั้งหมด นอกจากนี้มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็น 0% ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน แต่มีความเป็นไปได้ เพราะเท่าที่ลงพื้นที่ไปหลายจังหวัดพบว่าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบไปได้ดีพอสมควร

“ยืนยันแม้รัฐจะใช้เงินมากขึ้น แต่จะไม่มีการปรับอัตราภาษีใดๆ โดยจะพยายามขยายฐานภาษีให้มากขึ้น เช่นดึงเอสเอ็มอีให้มาใช้บัญชีเดียว ถ้าใครไม่มาใช้ในปี 2562 จะกู้เงินลำบาก เพราะแบงก์จะใช้บัญชีที่ยื่นกับสรรพากรในการพิจารณาเงินกู้ นอกจากนี้คลังกำลังดำเนินการเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อย่างน้อยต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) 7%)” นายอภิศักดิ์ กล่าว