พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท. ร่วมมือกับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยการจ้างแรงงานในพื้นที่พิเศษ ระหว่างปี2559 กับปี 2560 พบว่า การดำเนินงานของ อพท. ในพื้นที่พิเศษ ช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนได้มากกว่าธุรกิจท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่าย สะท้อนการทำงานของ อพท.ว่า แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT Thailand ที่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและอัตลักษณ์ของชุมชนนั้น ส่งผลประโยชน์ต่อชุมชนจริง
นอกจากนี้ อพท.จะผลักดันการจ้างงานผู้สูงอายุเพิ่มเติม เนื่องจากปี2568 ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ด้วยการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 39 กิจกรรม ใน 6 พื้นที่พิเศษสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว และจะขยายกิจกรรมเพิ่มเติมต่อไป ขณะเดียวกันอพท.สนับสนุนผู้พิการและผู้สูงอายุท่องเที่ยว โดยสร้างพื้นที่เมืองพัทยาเป็นเมืองต้นแบบ เช่น สร้างราวจับ ทางลาดสำหรับผู้พิการ ตามนโยบายของ อพท.ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระ สินเดชารักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดี และอาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกของประเทศไทยในการศึกษาเรื่องการจ้างงานจากแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่พิเศษของ อพท. จากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายของอพท.และที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่าย ระหว่างปี2559 กับปี2560 พบว่าธุรกิจท่องเที่ยวภาพรวมในพื้นที่พิเศษมีการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นลดลง 29.73% ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ สวนทางกับธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายของอพท. กลับจ้างแรงงานท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 32.96% นั่นคือ ทุก 100 คน ภาพรวมการจ้างแรงงานในพื้นที่พิเศษ จะจ้างแรงงานท้องถิ่น 34 คน ผู้พิการ 1 คน และผู้สูงอายุ 6 คน แต่ธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่ายอพท. จะจ้างแรงงานท้องถิ่น 62 คน ผู้พิการ 1 คน และผู้สูงอายุ 5 คน
“ ผลสำรวจไม่ได้สะท้อนเพียงว่าการดำเนินการของอพท. ในพื้นที่พิเศษ ทำให้มีการจ้างงานและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่ท้องถิ่นนั้นได้รับความรู้ ความเข้าใจถึงการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนเองด้วย ซึ่งส่งผลให้การท่องเที่ยวยั่งยืน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระ กล่าวและว่า ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษในภาพรวม ต้องการพนักงานทักษะด้านภาษาและด้านคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการ 75% กลับไม่ต้องการให้แรงงานของตนได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่า เมื่อเกิดการพัฒนาแรงงานแล้ว พนักงานของตนจะย้ายไปทำงานที่อื่น

