แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า กรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี ถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและซากสัตว์ในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นั้น ต้องรอดูผลสรุปข้อเท็จจริงก่อน ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ ในขณะนี้
ส่วนเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งปัจจุบันบริษัท อิตาเลียนไทย ได้ 4 ดาว ต้องขึ้นอยู่กับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี) เนื่องจากเป็นเรื่องของธรรมาภิบาล และยังไม่ได้ทำผิด พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์ฯ
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุเพิ่มเติมว่า เรื่องดังกล่าวต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนว่ากรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหรือไม่ นั้น ตามประกาศคณะกรรมการก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 ไม่ได้ระบุให้ความผิดในเรื่องดังกล่าว เป็นลักษณะที่จะเข้าข่ายขาดความน่าไว้วางใจ
อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งได้มีการจัดทำแนวบรรษัทภิบาลที่ดีของตนเองในระดับที่สูงกว่ากฎหมาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่ง ก.ล.ต. เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและสนับสนุน ดังนั้น เมื่อมีข้อสงสัยว่า อาจมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามแนวบรรษัทภิบาลของบริษัทเอง คณะกรรมการของบริษัทนั้นๆ จึงควรพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร และ เปิดเผยให้ผู้ถือหุ้นได้รับรู้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนต่อไป
นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า ด้านกองทุนคงไม่มีแอคชั่นอะไร เพราะบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ไม่ได้อยู่ในลิสต์ของกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทยอยู่แล้ว ส่วนหลังจากนี้หากถูกตัดสินว่าผิดจริง เป็นหน้าที่ของกรรมการบริษัท ที่จะต้องจัดการกันภายใน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว
นางวรวรรณ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 สมาชิกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) รวม 26 แห่ง ได้ประกาศเจตนารมณ์ จะรับเอาหลักธรรมาภิบาลการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบันมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและการลงทุน อันจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเป็นการประกอบธุรกิจอย่างรับผิดชอบของบริษัทและกิจการในตลาดทุนไทย
โดย บลจ. 26 แห่ง ประกอบด้วย บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บลจ. วรรณ บลจ. ไทยพาณิชย์ บลจ. บัวหลวง บลจ. แอสเซท พลัส บลจ. ทหารไทย บลจ. ยูโอบี บมจ. บลจ. เอ็มเอฟซี บลจ. กสิกรไทย บลจ. สยาม ไนท์ ฟันด์ แมเนจเม้นท์ บลจ. กรุงไทย บลจ. ทาลิส บลจ. เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ บลจ. อเบอร์ดีน บลจ. เอเชีย เวลท์ บลจ. กรุงศรี บลจ. ธนชาต บลจ. ฟิลลิป บลจ. ทิสโก้ บลจ. บางกอกแคปปิตอล บลจ. เดนาลี เพรสทีจ บลจ. โซลาริส บลจ. ภัทร บลจ. แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) บลจ. ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล และ บลจ. แคปปิตอล ลิ้งค์
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การประกาศเจตนารมณ์ของ บลจ. ทั้ง 26 แห่ง ถือเป็นภาพแห่งความสำเร็จที่ ก.ล.ต. ประสงค์ให้เกิดขึ้นตั้งแต่มีการประกาศ I Code เพราะเป็นสิ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการที่จะบริหารจัดการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุดในระยะยาวของลูกค้า
ซึ่งหลักปฏิบัติสำคัญอันหนึ่งของ I code คือ การติดตามบริษัทที่ลงทุนให้สามารถสร้างคุณค่ากิจการและผลตอบแทนการลงทุนได้อย่างยั่งยืน โดย ก.ล.ต. แนะให้ผู้ลงทุนสถาบันใช้แนวคำถามจากต่างประเทศเป็นแนวทางซักถามเพิ่มเติมในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ใกล้จะถึงนี้ โดยหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับผู้ลงทุนสถาบัน ลูกค้า และตลาดทุนไทยโดยรวมอย่างยั่งยืน

