นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายและพฤติกรรมช่วงวันวาเลนไทน์ ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จากประชาชนทุกเพศทุกวัย 1,200 ราย ระหว่างวันที่ 30 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2561 พบว่า 41% เห็นว่าบรรยากาศวันวาเลนไทน์ปีนี้ จะคึกคักมากขึ้น เพราะมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น สถานที่เที่ยวมากขึ้น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และผู้ปกครองไม่อยู่ ส่วนอีก60% เห็นว่าไม่เปลี่ยนแปลงและแย่ลง เพราะมองว่าเศรษฐกิจแย่ลงราคาสินค้าแพงขึ้น และกังวลเรื่องความปลอดภัย
โดยสินค้ายอดนิยมที่มอบให้กัน คือ ดอกไม้ อาหาร ของขวัญ และช็อกโกแลต ส่วนใหญ่ 51.3% ระบุซื้อในปริมาณเท่าเดิม แต่ 53.6% ระบุมูลค่าการซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าแพงขึ้น ค่าครองชีพสูง รายได้และเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งปีนี้การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มเป็น 2,394 บาท จากปีก่อน 2,263 บาท และคาดช่วงวันวาเลนไทน์ปีนี้จะมีเงินสะพัด 3,800.27 ล้านบาท มูลค่าสูงสุดรอบ 10 ปี โตขึ้นกว่าปีก่อน 3.10% ซึ่งเป็นการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
“วาเลนไทน์ปี 2561 ถือว่าคึกคักกว่าปี 2560 เพราะใกล้วันตรุษจีนพอดี ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ทำให้บรรยากาศใช้จ่ายนอกบ้านดีขึ้น โดยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปียังให้ความสำคัญใกล้เคียงกับวันสำคัญอื่นๆ ”
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้มีการสำรวจทัศนะด้านสังคมช่วงวันวาเลนไทน์ พบว่า นักศึกษา มีแนวโน้มจะฉลองวันวาเลนไทน์โดยการมีเพศสัมพันธ์ มากกว่ากลุ่มอื่น อาทิ วัยทำงาน นักเรียน และคู่สมรส โดยใช้สถานที่ห้องพักรายวัน อพาร์ทเมนท์ และโรงแรมม่านรูด อีกทั้งความเห็นยอมรับได้กับการเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานที่ถือเป็นเรื่องปกติมากขึ้น จึงทำให้เสี่ยงต่อการที่เยาวชนไทยมีการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และการเป็นปัญหาสังคมเพิ่มขึ้นในอนาคต
(ชมคลิป)

