นายธีรัชย์ อัตนวานิช ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ( สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 มีจำนวน 6.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 41.76% ของจีดีพีโดยแบ่งเป็นหนี้รัฐบาล 5.02 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจ 9.4 แสนล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 3.93 แสนล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าหนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นสุทธิ 4.59 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้หนี้รัฐบาลเพิ่มขึ้น 6.8 หมื่นล้านบาท มาจากการกู้เงินตามแผนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 และเพื่อการบริหารหนี้สาธารณะ เพิ่มขึ้นสุทธิ 6.69 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพื่อนำไปลงทุนในการพัฒนาประเทศ สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ จำนวน 4.8 หมื่นล้านบาท การเพิ่มขึ้นของตั๋วเงินคลัง 2.25 หมื่นล้านบาท และการไถ่ถอนพันธบัตร 4,000 ล้านบาท
ส่วนการกู้เงินเพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศเพิ่มขึ้น 2.75 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นการกู้ให้กู้ต่อแก่ การรถไฟแห่งประเทศไทยเบิกจ่ายเงินกู้จำนวน 1,562.08 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย จำนวน 620.97 ล้านบาท โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น จำนวน 620.10 ล้านบาท โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงฯ จำนวน 256.01 ล้านบาท และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – รังสิต จำนวน 65 ล้านบาท และ (2) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเบิกจ่ายเงินกู้จำนวน 1,189.71 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจำนวน 650.17 ล้านบาท สายสีน้ำเงินจำนวน 303.19 ล้านบาท สายสีส้มจำนวน 226.96 ล้านบาท และสายสีม่วงจำนวน 9.39 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการชำระหนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2541 (FIDF 1) จำนวน 1,220 ล้านบาท และกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่สอง พ.ศ. 2545 (FIDF 3) จำนวน 16.31 ล้านบาท หนี้ต่างประเทศลดลงสุทธิ 343.67 ล้านบาท เนื่องจากการเบิกจ่ายเงินกู้สกุลเงินเยน การชำระคืนหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับหนี้รัฐวิสาหกิจ ลดลงสุทธิ 1.63 หมื่นล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดจาก หนี้หน่วยงานของรัฐลดลงสุทธิ 1 พันล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เนื่องจากการชำระคืนต้นเงินกู้ของสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย
ทั้งนี้หนี้สาธารณะคงค้าง แบ่งเป็นหนี้ในประเทศ 6 ล้านล้านบาท หรือ 95.36% และหนี้ต่างประเทศ 2.95 แสนล้านบาท (ประมาณ 8,960.62 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 4.64% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด โดยหนี้สาธารณะคงค้างแบ่งตามอายุคงเหลือสามารถแบ่งออกเป็นหนี้ระยะยาว 5.81 ล้านล้านบาท หรือ 91.21% และหนี้ระยะสั้น 5.60 แสนล้านบาท หรือ 8.79% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด

