นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดการแจ้งประสงค์ฝึกอาชีพโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้ถือบัตรสวัสดิการ หรือ เฟส 2 ของการลงทะเบียนคนจน ซึ่งเปิดให้แจ้งความประสงค์มาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 จนถึงล่าสุดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 พบว่าสนใจแจ้งความประสงค์กว่า 2 ล้านคน ถือว่าเป็นยอดที่น่าพอใจ โดย 80% เป็นกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี ซึ่งขณะนี้มีแจ้งความประสงค์เข้ามาระดับแสนรายต่อวัน จากเดิมแค่2-3 พันคนต่อวัน คาดว่าจนกว่าจะปิดรับแจ้งความประสงค์วันที่ 28 กุมภาพันธ์จะมีผู้มาแจ้งความประสงค์ไม่น้อยกว่า 4 ล้านคน ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังวางไว้
นายสมชัยกล่าวว่า ถ้าจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปีและอยู่ในวันแรงงานกว่า 5.3 ล้านคน ถ้ายังไม่มาลงทะเบียนทีมหมอประชารัฐจะเดินไปเคาะประตูถึงบ้าน เพื่อเชิญชวนให้มาร่วมโครงการ ถ้ายืนยันว่าไม่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ให้ลงนามไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังอยากจนซ้ำซาก ซึ่งเป้าหมายของกระทรวงการคลังต้องการทำให้กลุ่มนี้มีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี ในช่วง 1-2 ปีนี้ ทำให้ยอดลงทะเบียนคนจนรอบใหม่เหลือไม่ถึง 10 ล้านราย จากขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนผ่านเกณฑ์ 11.4 ล้านคน
“แนวทางช่วยเหลือเฟส 2 มีทั้งหางานให้ทำ สนับสนุนเงินกู้เพื่อประกอบอาชีพ มีแฟรนไชส์ให้เลือกสำหรับคนที่ไม่อยากเป็นลูกจ้าง และเมื่อมีรายได้มากขึ้น สนับสนุนให้มีการออมเงินเงินทั้งออมระยะสั้น และออมไว้ใช้นามยามเกษียณ รวมถึงมีโครงการสนับสนุนให้มีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง ส่วนวัยเรียน มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจะดูแล ซึ่งถือว่าครอบคลุมเกือบทุกมิติ” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนในรอบหน้านั้นอาจจะปรับเกณฑ์รายได้ เดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปีจะลดลงมา พร้อมขีดเส้นความยากจนให้สูงขึ้นจากเดิมถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ และเก็บตัวเลขต่างๆ เพราะส่วนหนึ่งต้องเกี่ยวข้องกันสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
นายสมชัยกล่าวถึงการสละสิทธิเบี้ยยังชีพคนชราเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560 ว่า ขณะนี้คนชรายังมาสละสิทธิน้อยมากไม่ถึง 1 พันคน จากเป้าหมาย 5 แสนคน ดังนั้นประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้วว่ากระทรวงการคลังขอใช้หน่วยงานในกระทรวง เช่น สาขาแบงก์รัฐ สำนักงานคลังจังหวัดในการเปิดให้คนชรามาสละสิทธิ รวมถึงมีแนวคิดส่งจดหมายถึงคนชราเพื่อสอบถามว่าต้องการสละสิทธิหรือไม่ เพื่อนำเงินดังกล่าวไปเพิ่มเบี้ยยังชีพให้คนชราที่ยากจน

