นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญคือ ความกังวลของนักลงทุนเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 3 ครั้งในปีนี้ จากเดิมมองว่า 1 ครั้ง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อคาดการณ์ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนแห่ขายพันธบัตรจนทำให้ผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้นักลงทุนที่รอจังหวะอยู่ โยกเงินออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากขึ้น เพราะอัตราผลตอบแทนน่าจูงใจมากกว่า ดังนั้นจึงเห็นปรากฎการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกแรงขายอย่างหนัก
นายณัฐชาตกล่าวว่า ส่วนทิศทางหลังจากนี้ต้องติดตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ต่อไปอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากบอนด์ยีลด์ยังอยู่ในระดับสูงและประมาณการกำไร (อีพีเอส) ของบริษัทจดทะเบียนยังไม่ถูกปรับขึ้น อาจจะทำให้ตลาดหุ้นไทยไม่มีแรงจูงใจมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เพราะฉะนั้นในระยะสั้นๆ นี้จะยังไม่เห็นกระแสเงินทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) เข้ามา อย่างไรก็ตามบอนด์ยีลด์ของไทยที่ทรงตัว ยังประคับประคองตลาดต่อไปได้ และถือเป็นข้อดีที่บอลด์ยีลด์เราไม่ได้กระโดดขึ้นตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนในประเทศยังไม่มีแรงจูงใจที่จะโยกเงินจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากนัก
“ในช่วงที่ตลาดหุ้นตกลงมาแรงๆ มองแนวรับที่สำคัญ 2 จุด ได้แก่ แนวรับที่ระดับ 1,750-1,760 จุด หรือเป็นต้นทุนดัชนีฯ ของนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ซื้อหุ้นไทยอย่างหนัก ตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา ประกอบกับบอนด์ยีลด์ของไทยยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้โอกาสที่จะขายขาดทุนต่ำกว่าระดับนี้เป็นเรื่องที่ยาก และแนวรับที่ 2 ที่มองว่าเป็นกรณีที่แย่ที่สุด (เวิร์ส เคส) ที่ระดับ 1,700 จุด หรือระดับที่ซื้อขายหุ้นที่อัตราส่วนกำไรต่อหุ้นคาดการณ์ล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด พีอี) 14 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีศักยภาพมากที่สุดสำหรับตลาดหุ้นไทย” นายณัฐชาตกล่าว
นายณัฐชาตกล่าวว่า ส่วนธีมการลงทุนมองว่า หุ้นที่จะเป็นหลุมหลบภัยในระยะสั้นคือ หุ้นกลุ่มปันผลสูง เนื่องจากมีดาวน์ไซด์จำกัดกว่าตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัย AP,LH หุ้นกลุ่มโรงกลั่น IRPC, SPRC, TOP หุ้นกลุ่มธนาคารเช่าซื้อ KKP, TISCO และหุ้นขนาดเล็ก ที่น่าจะปลอดภัยจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และมีโมเมนตัมของการปรับประมาณการกำไรเชิงบวกมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของราคา
ส่วนหุ้นเด่นแนะนำไว้ 3 ตัว ได้แก่
1.AP ราคาเป้าหมาย 9.2 บาท เข้าซื้อที่ราคา 8.6 บาท และตัดขาดทุนเมื่อหลุด 8.3 บาท
2.SPRC ราคาเป้าหมาย 19.40 บาท เข้าซื้อที่ราคา 16.50 บาท และตัดขาดทุนเมื่อหลุด 16 บาท
3.TISCO ราคาเป้าหมาย 88 บาท เข้าซื้อที่ราคา 85 บาท และตัดขาดทุนเมื่อหลุด 80 บาท

