นายสมยศ ตั้งมีลาภ ประธานหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย(ไอซีซี ไทยแลนด์) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติ อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่…) พ.ศ. … (พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ) ตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อยู่ระหว่างการเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบ หากร่างพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการผ่านการพิจารณาของสนช. ก็จะเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งหากสามารถออกมาบังคับใช้ได้ยิ่งเร็วยิ่งดี หรือสามารถบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ภายในปี 2561 นี้ เพราะจะสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ…. (พ.ร.บ. อีอีซี) ที่จะออกมา ซึ่งจะทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นและคาดว่าจะเข้ามาต่อเนื่องหลังจากนี้
“ถ้าภาครัฐสามารถเร่งรัดร่างกฎหมายนี้ออกมาบังคับใช้ได้ในปีนี้ เพราะปัจจุบันธุรกรรมการค้าของไทยและต่างประเทศขยายตัวมากขึ้น อีกทั้ง จะทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจยิ่งขึ้นในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยและทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศกับบริษัทไทย สอดคล้องกับการสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอีอีซี หากคู่สัญญาเกิดความขัดแย้ง หรือข้อพิพาทต่าง ๆ ระหว่างบริษัทไทยกับต่างชาติ หรือบริษัทต่างชาติกับต่างชาติ สามารถที่จะพึ่งกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่เป็นบุคคลที่สาม แทนการใช้ศาลในประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะศาลอาจจะมีข้อกำกัดบังคับใช้กฎหมายได้เฉพาะประเทศของตนเท่านั้น และอาจจะมีอุปสรรคการการสื่อสารและความเข้าใจผิดจากพื้นฐานวัฒนธรรมที่ต่างกันได้ ” นายสมยศ กล่าว
นางสาววัณณิกา สุจริตกุล สมาชิกศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หอการค้านานาชาติ กล่าวว่า สาระสำคัญในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวคือ จากเดิมที่ ไทยไม่ได้มีการแยกการดำเนินการอนุญาโตตุลาการในประเทศและการดำเนินการระหว่างประเทศ กฎหมายฉบับนี้ได้แยกการดำเนินการในประเทศและการดำเนินการระหว่างประเทศออกจากกัน รวมทั้งอนุญาตให้อนุญาโตตุลาการหรือผู้รับมอบอำนาจดำเนินการแทนคู่พิพาทซึ่งเป็นคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สามาถทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการหรือผู้รับมอบอำนาจแก้ต่างในชั้นอนุญาโตตุลาการต่างประเทศในไทยเป็นการชั่วคราวโดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งจะทำให้การดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในไทยมีความสะดวกมากขึ้นนำไปสู่การส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ ได้ในอนาคต แทนที่จะไปดำเนินการในประเทศ อื่นๆ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ รวมทั้งมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียให้ความสนับสนุนมากขึ้น ทั้งนี้นักกฏหมายไทยจะได้รับประโยชน์จากการดำเนินการอนุญาโตตุลาการตุลาการระหว่างประเทศในไทยด้วย
“ปีที่ผ่านมา หอการค้านานาชาติได้รับแจ้งกรณีการพิพาทกว่า 1,000 คดี จากทั่วโลกในปี 2560 และเป็นกรณีข้อพิพาทในประเทศไทย จำนวน 5 คดี อย่างไรก็ตาม คู่พิพาทส่วนใหญ่ไปใช้การ ดำเนินการอนุญาโตตุลาการตุลาการระหว่างประเทศในประเทศอื่นๆ จากข้อจำกัดของไทย” นางสาววัณณิกา กล่าว
นายวิคเตอร์ สมิท ประธานคณะกรรมมาธิการอนุญาโตตุลาการและระงับข้อพิพาท หอการค้านานาชาติ กล่าวว่า ปกติกระบวนการของศาลจะใช้ระยะเวลายาวนานหลายปีกว่าจะยุติข้อพิพาทได้ แต่กระบวนการของอนุญาโตตุลาการใช้ระยะเวลาราว 1.5-2 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ กรณีที่หากเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทไทยและบริษัทอังกฤษ กรณีที่บริษัทไทยชนะ สามารถแจ้งศาลในอังกฤษให้บังคับยึดทรัพย์ของบริษัทอังกฤษนั้นได้ อย่างไรก็ตาม การที่ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน นักกฎหมายชาวต่างชาติที่เข้ามา รวมทั้งการดำเนินการอนุญาโตตุการการระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ไทยจะได้รับประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ต้องมีการใช้จ่ายทางด้านโรงแรม อาหาร การเดินทาง เป็นต้น

