“คลัง”จี้ ก.ล.ต.เร่งสรุปแนวทางดูแลเงินดิจิทัล ก.พ.นี้

14.02.18 | 19:00 น.

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน F13 Grand Opening เปิดตัวสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ที่อาคาร KX Center จัดโดยสมาคมฟินเทคประเทศไทยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการคลังให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนเกี่ยวกับการลงทุนในเงินตราสกุลดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่)นั้น ได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ข้อสรุปเบื้องต้นถึงแนวทางดูแลควรจะเสนอหลายแนวทาง แต่ยังไม่ได้ตกผลึก ดังนั้นจะตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะให้เสร็จใน 1 เดือน เบื้องต้น ก.ล.ต.เป็นผู้ทำหน้าที่กำหนดให้คริปโตเคอเรนซี่ต้องเป็นหลักทรัพย์ แต่ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยกำหนดให้การทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่ต้องผ่าน ก.ล.ต. ก่อน และให้ก.ล.ต.ศึกษาไปถึงเรื่องการระดมทุนรูปแบบใหม่โดยใช้เงินดิจิทัล (ไอซีโอ) และกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง คาดว่า ก.ล.ต.จะสรุปเกณฑ์กำกับดูแลได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้


“มั่นใจว่าประชาชนจะไม่ถูกหลอก จากที่สามารถระบุและยืนยันตัวตนได้ ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กับกระทรวงการคลังจะดูเรื่องฉ้อฉล แชร์ลูกโซ่ มีการโกงหรือไม่” นายสมชัย กล่าวและว่า ส่วนประกาศของธปท.ขอความร่วมมือไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่นั้น เพื่อให้การศึกษาเรื่องนี้เสร็จสิ้นก่อน เมื่อผลการศึกษาออกมาแล้วคาดว่าประกาศดังกล่าวจะมีความผ่อนคลายลง

นายสมชัย กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังเตรียมจัดตั้งสถาบันนวัตกรรรมและเทคโนโลยีทางการเงินแห่งชาติ สังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพฟินเทค คาดว่าจะตั้งขึ้นให้ได้ภายในปีนี้ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในเร็วๆนี้ โดยจะส่งเสริมให้สตาร์ทอัพฟินเทคที่มีไอเดียออกผลิตภัณฑ์ได้ มีการเชิญสถาบันการเงิน และผู้ร่วมทุนเข้ามาสนับสนุน นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด เบื้องต้นจะใช้เงินทุนจากกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (กองทุน SFI) 500 ล้านบาทสำหรับดำเนินงานสถาบันนี้ เป็นระยะเวลา 2 ปี