นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 4% ทำให้ทั้งปี 2560 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.9% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2559 ที่ขยายตัว 3.3% ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวเร่งขึ้นของการบริโภคภาคเอกชน ที่ขยายตัว 3.5% เพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 3.4% เนื่องจากฐานรายได้รวมในระบบเศรษฐกิจดีขึ้น มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ แต่อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 2.4% โดยการลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 3.4% ตามการปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกและกำลังการผลิตส่วนเกินในหลายอุตสาหกรรมลดลง แต่การลงทุนในสิ่งก่อสร้างลดลง 2.3% ขณะที่การลงทุนภาครัฐปรับตัวลดลง โดยเป็นผลมาจากปัญหาอุทกภัยและปรับตัวด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สอดคล้องกับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสสุดท้าย 14% ต่ำกว่าเป้าหมายกำหนดไว้ 21%
ด้านการผลิตสาขาโรงแรมและภัตตาคาร สาขาการค้าส่งปลีก สาขาขนส่ง การคมนาคม และสาขาไฟฟ้า ก๊าซ และการประปาขยายตัวเร่งขึ้น ส่วนสาขาอุตสาหกรรมขยายตัวในเกณฑ์ต่อเนื่อง ขณะที่การผลิตภาคเกษตรและสาขาก่อสร้างปรับตัวลดลง โดยภาคเกษตรลดลง 1.3% ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 9.7% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกชุก อุทกภัย และสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในหลายพื้นที่ ส่วนการส่งออกสินค้า มีมูลค่า 61,164 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 11.6% ซึ่งเป็นการขยายตัวทุกตลาดและเกือบทุกหมวดสินค้า สอดคล้องกับการขยายตัวเร่งขึ้นของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก และการเพิ่มขึ้นของสินค้าในตลาดโลก โดยปริมาณการส่งออกเพิ่ม 7% และราคาสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น 4.3% กลุ่มสินค้าส่งออกที่มูลค่าขยายตัว เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ยาง อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องจักรและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 คาดว่าจะขยายตัว 3.6-4.6% โดยมีแนวโน้มขยายตัวได้ 4.2% มีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก จะส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวทำให้การส่งออกขยายตัว 6.8% ประกอบกับ แรงขับเคลื่อนการใช้จ่ายภาครัฐยังอยู่ในเกณฑ์ดี และการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นและขยายตัวในเกณฑ์ดีทุกสาขา ขยายตัว 5.5% และการบริโภคเอกชนขยายตัว 3.2% เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.9 – 1.9% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 7.8%
ทั้งนี้ แรงผลักดันเศรษฐกิจไทยปี 2561 มี 4 ด้าน คือ 1.สนับสนุนการขยายตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร เพื่อชดเชยการลดลงของแรงขับเคลื่อนจากภาคเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น การสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ การสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นต้น
2.การขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐ เช่น การเร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างและเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงที่เหลือของปี การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็นต้น 3.การดูแลเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) และเศรษฐกิจฐานราก เช่น การพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและป้องกันผลกระทบจากปรากฏการณ์ลานิญา การดำเนินมาตรการการเงินการคลังโดยให้ความสำคัญกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการดูแลมาตรการสินเชื่อให้มีวงเงินที่เพียงพอและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น และ 4.การเตรียมความพร้อมด้านกำลังแรงงานและคุณภาพแรงงานให้มีเพียงพอต่อการรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ

