“สนธิรัตน์”นำทัพเยือนกัมพูชา ถกเจทีซี ดันยอดค้า3เท่า

19.02.18 | 15:58 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จะนำคณะผู้แทนไทยจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 คู่ขนานไปกับกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2561 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยการประชุมเจทีซี เป็นกลไกการหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาและเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน ทั้งนี้ การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ เพื่อเดินหน้าให้ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเติบโตไปพร้อมกัน รวมทั้งสอดรับกับนโยบายการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้า

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเดินทางเยือนกัมพูชาครั้งนี้ ไทยและกัมพูชา มีแผนจะลงนามในยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองหน้าด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งครอบคลุมประเด็นเช่น เพิ่มมูลค่าการค้าขึ้นเป็น 3 เท่า หรือ 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 จัดตั้งกลไกคณะกรรมการการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งเสริมการค้าและการลงทุนไทย-กัมพูชา เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนกัมพูชา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม JTC ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 34 ราย ครอบคลุมประเภทธุรกิจ เช่น เครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม กาแฟสำเร็จรูป และบริการโลจิสติกส์ เป็นต้น


ปัจจุบัน กัมพูชาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในอาเซียน และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 21 ของไทยในโลก การค้าของไทยกับกัมพูชา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หรือปี2555-59 มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 4,992.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560 การค้ารวมไทย-กัมพูชา มีมูลค่า 5,269.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าส่งออกไปกัมพูชา ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องดื่ม น้ำตาลทราย รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ขณะที่สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ ผักและผลไม้ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี สินแร่โลหะ ลวดและสายเคเบิล และเสื้อผ้าสำเร็จรูป

ในปี 2560 การค้าชายแดนมีมูลค่าประมาณ 3,982 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วนการค้าไทย-กัมพูชา 59.98% ของการค้ารวม แบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 3,234 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าการนำเข้า 748 ล้านเหรียญสหรัฐ