หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้า-ชาวโ...

หอการค้า-ชาวโคราชคิดอย่างไร กับรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา

26.03.16 | 17:05 น.

วันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยจะมีการลงทุนในการสร้างรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางช่วงแรก กรุงเทพมหานคร-แก่งคอย-นครราชสีมา เป็นระยะทาง 250 กิโลเมตร โดยจะเน้นในเรื่องของการเดินทางของผู้โดยสารเป็นหลัง ส่วนการขนส่งสินค้าให้ใช้รถไฟรางคู่ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฎ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลนั้นจะมีการลงทุนในการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้นเป็นเรื่องที่ดี และการที่ไทยได้ตัดสินใจที่จะลงทุนเองนั้น ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าจะได้ไม่ต้องมีการผูกขาดกับทางการจีน อีกทั้งก็จะได้ไม่ต้องไปกู้เงินจากประเทศจีน ที่อาจทำให้ไทยมีความเสี่ยง เพราะกู้เงินสกุลหยวนซึ่งเสี่ยงกว่าเงินสกุลดอลลาร์ ซึ่งไทยก็ไม่รู้ว่าอนาคตรัฐบาลจีนจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อไทยเป็นผู้จัดการทุกอย่างก็จะทำให้เกิดการแข่งขันในเรื่องของเทคโนโลยีของแต่ละประเทศที่จะมีการนำเสนอเข้ามาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับไทย อย่างไรก็ตามเรื่องของการสร้างที่ทันสมัยและมีราคาถูกต้องเลือกของจีน

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลจะดำเนินการเองนั้นก็จะไม่พ้นที่จะมีหลายฝ่ายพูดถึงเรื่องเงินใต้โต๊ะ ตนจึงคิดว่ารัฐบาลไทยควรที่จะมีการชักชวนภาคเอกชนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ในลักษณะที่คล้ายกับของบีทีเอส เนื่องจากภาคเอกชนนั้นจะหาซื้อของที่ถูกกว่ารัฐบาลและก็ควรที่จะให้ภาคเอกชนร่วมบริหารจัดการเพราะจะมีความชำนาญในเรื่องบริหารจัดการในเรื่องของผลระยะยาว

“สำหรับราคาค่าโดยสารก็ควรที่จะไม่แพงเกินไป ซึ่งทำให้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์แต่ถูกเกินไปเอกชนก็อยู่ไม่ได้ แต่หากเมื่อจัดราคาค่าโดยสารที่ประชาชนสามารถใช้บริการ ในปีแรกที่คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการประมาณ 7.5 ล้านคน นั้นจะทำให้ไม่มีกำไรและภาคเอกชนไม่สามารถที่จะอยู่ได้ ดังนั้นรัฐบาลก็จะต้องมีการจัดเตรียมงบในการซับพอร์ตไปในระยะหนึ่ง แต่เมื่อประชาชนที่มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นจนถึงปีละ 15 ล้านคน ในขณะนั้นก็ที่จะสามารถปรับราคาค่าโดยสารได้ ก็เช่นเดียวกับบีทีเอส ที่จะขาดทุนในช่วงแรก ดังนั้นเมื่อการดำเนินการสร้างรถไฟความเร็วสูงเสร็จการพัฒนาต่างๆ ก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ” นายหัสดิน กล่าว

ด้านนายไพชยนต์ คลังสิน อายุ 39 ปี หนึ่งในเจ้าของธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การที่จะมีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดนครราชสีมา ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องดี ทำให้การไปมาระหว่างกรุงเทพฯและนครราชสีมาสะดวกมากขึ้น และประหยัดเวลาเมื่อเทียบกับรถยนต์หรือรถโดยสารจากเดิมที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นในช่วงจราจรหนาแน่นทำให้เหนื่อยล้ากับการเดินทาง โดยเฉพาะตนเองแล้วนั้นจะต้องเดินทางไปกรุงเทพมหานครเฉลี่ยอยู่ที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อไปเลือกซื้อเสื้อผ้าที่กรุงเทพมหานครเพื่อกลับมาขายที่จังหวัดนครราชสีมา ก็จะทำให้ตนเองใช้เวลาเดินทางน้อยลงและมีเวลาที่จะเลือกซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเรื่องค่าโดยสารก็ควรจะอยู่ในราคาที่ประชาขนส่วนใหญ่สามารถใช้บริการได้ เพื่อที่จะไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการ

Advertisement

ขณะที่ นางสาวพรทิพย์ เพียรขุนทด อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วย เพราะตนเองทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานครและจะต้องเดินทางกลับมาบ้านที่จังหวัดนครราชสีมาเกือบทุกอาทิตย์ ซึ่งก็จะเหนื่อยกับการนั่งรถโดยสารที่จะต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง หากเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ , ปีใหม่ หรือช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกัน ก็ต้องเจอการจราจรติดขัดและใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง หากสร้างเสร็จ ตนเองนั้นใช้ระยะเวลาในการเดินทางน้อยกว่าเดิมและไม่เกิดปัญหาแออัด อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอดูเรื่องของค่าตั๋วในการเดินทางว่าจะมีราคาที่มากหรือน้อยเพียงใด อีกทั้งก็จะต้องรอดูว่าจะมีการจัดเที่ยวรถที่เพียงพอต่อการใช้บริการของประชาชนหรือไม่