ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทย วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปิดตลาดที่ 1,801.16 จุด เพิ่มขึ้น 0.14 จุด หรือ 0.01% ทำดัชนีสูงสุดระหว่างวัน ที่ 1,814.83 จุด ต่ำสุดที่ 1,797.79 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 84,181.85 ล้านบาท โดยหุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปิดตลาดที่ราคา 522 บาท เพิ่มขึ้น 32 บาท หรือ 6.53% จากราคาวันก่อนหน้าที่ 490 บาท และทำราคาสูงสุดระหว่างวัน ที่ 526 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ออล ไทม์ ไฮท์) เป็นผลมาจากนโยบายการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (แตกพาร์) จากเดิม 10 บาท เหลือ 1 บาท และทำราคาต่ำสุดระหว่างวัน ที่ 508 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 17,295 ล้านบาท
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า จะเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (แตกพาร์) จากเดิม 10 บาท เหลือ 1 บาท เนื่องจากต้องการให้นักลงทุนรายย่อยสามารถถือครองหรือเป็นเจ้าของหุ้นปตท.ได้มากขึ้น โดยราคาปิดตลาดภาคเช้าของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ราคาปรับขึ้น 30 บาท
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่า ปตท.เป็นหุ้นหลักที่ประคองให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น และในภาคเช้ามีรายการซื้อขายหุ้นรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นไออาร์พีซี บริษัทย่อยของปตท. มูลค่ารวม 13,800 ล้านบาท ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

