หน้าแรก เศรษฐกิจ รมว.ไทย-กัมพู...

รมว.ไทย-กัมพูชา ลงนามยุทธศาสตร์ดันการค้าชายแดน

22.02.18 | 16:29 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยและกัมพูชา ได้ลงนามยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองหน้าด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 ช่วงวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ถือประสบผลสำเร็จอย่างดี โดยกระทรวงฯได้นำคณะผู้แทนไทยจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมการประชุมเจทีซี และเจรจาการค้าระหว่าง 30 บริษัทไทยกับ 200 บริษัทของกัมพูชา ซึ่งสินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่เกี่ยวกับความงาม มียอดการสั่งซื้อทันที 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะมีมูลค่าการค้าการลงทุนร่วมกันกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 1 ปี

ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชา ได้เน้นการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 โดยมีแนวทางดังนี้ 1. ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา โดยลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองหน้าด่านชายแดนไทยและกัมพูชา ระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ไทยกับ นายปาน สรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ซึ่งกำหนดให้จังหวัดชายแดนสระแก้ว-บันเตียเมียนเจย เป็นโครงการนำร่อง รวมทั้งให้จัดตั้งคณะกรรมการการค้าชายแดน ซึ่งมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศของไทย และอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศของกัมพูชา เป็นประธานร่วม เพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจเมืองหน้าด่านชายแดนไทยและกัมพูชาให้เป็นรูปธรรม

2.ส่งเสริมความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร โดยจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา ภายใน 3 เดือน เพื่อพิจารณาแนวทางเพิ่มการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกัน 3.ด้านการเชื่อมโยง สนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายหารือทวิภาคี เพื่อแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรในการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างกันเพิ่มเติมในจุดผ่านแดนที่มีศักยภาพต่อการค้าและการลงทุน 4.ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน เช่น การจัดงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่ายระหว่างภาคเอกชนของสองประเทศผ่านโครงการ YEN-D

5. ส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยไทยได้เชิญชวนให้กัมพูชาส่งผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เช่น กิจกรรมภายใต้โครงการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) และโครงการภายใต้ CLMVT Forum เป็นต้น รวมทั้งมีการลงนามในเอ็มโอยูจัดกิจกรรมร่วมกัน อบรมผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในเศรษฐกิจยุคใหม่ในการปรับตัวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัล และการอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมทั้งผู้แทนภาคเอกชนของไทยกับกัมพูชา ได้ลงนามในเอ็มโอยูอีก 6 ฉบับ เกี่ยวกับความร่วมมือในธุรกิจแฟรนไชส์ 2 ฉบับ และความร่วมมือในธุรกิจการกระจายสินค้า 4 ฉบับ

ปัจจุบันกัมพูชา เป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในอาเซียน และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 21 ของไทยในโลก การค้าของไทยกับกัมพูชา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2555-2559) มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 4,992.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560 การค้ารวมไทย-กัมพูชา มีมูลค่า 6,164.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 4,375.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญไปกัมพูชา ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องดื่ม น้ำตาลทราย รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ขณะที่สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ ผักและผลไม้ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี สินแร่โลหะ ลวดและสายเคเบิล และเสื้อผ้าสำเร็จรูป สำหรับการค้าชายแดน ปี 2560 มีมูลค่า 3,982 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 60% ของการค้ารวมไทย-กัมพูชา โดยไทยได้ดุลการค้า 2,487 ล้านเหรียญสหรัฐ

Advertisement