“ไทยเบฟ” ปิดดีลซื้อกิจการ 2 แสนล้าน ขึ้นแท่นผู้นำตลาดเบียร์ในภูมิภาค หลังซื้อหุ้นบริษัทเบียร์ไซง่อน

22.02.18 | 17:15 น.

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม-ธันวาคม 2560) บริษัท ไทยเบฟฯ ได้ปิดดีลการซื้อธุรกิจ 4 รายการ รวมวงเงิน 200,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.การเข้าซื้อหุ้นกิจการประเภทหม้อไฟ (ฮอตพอท) ของบริษัท สไปซี่ ออฟ เอเชีย ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารไทย 4 แบรนด์ ประกอบด้วย คาเฟ่ชิลลี่ ,ชิลลี่ ไทย เรสเตอรองท์, อีท พอท , พอท มินิสทรี ใช้เงินเข้าซื้อกิจการ 115 ล้านบาท 2.การซื้อกิจการร้านเคเอฟซีในไทย รวม 252 สาขา โดยใช้เงินเข้าซื้อกิจการ 11,400 ล้านบาท 3.การซื้อหุ้น 75% ของแกรนด์ รอยัลกรุ๊ป ผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของพม่า โดยใช้เงินเข้าซื้อกิจการ 25,000 ล้านบาท และ 4.การซื้อหุ้น 53.6% ของไซง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ คอร์ปอเรชั่น (ซาเบโก) ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ใช้เงินเข้าซื้อกิจการ 156,000 ล้านบาท

นายฐาปนกล่าวว่า หลังจากปิดดีลธุรกิจ 4 รายการ ในส่วนของสินทรัพย์และหนี้สินของธุรกิจจะถูกรวมในงบการเงินไตรมาสแรกปีนี้ โดยมีรายได้จากธุรกิจประเภทฮอทพอต 37.5 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจเคเอฟซีเฉพาะเดือนธันวาคม 600 ล้านบาท และรายได้จากแกรนด์ รอยัลฯ 1,822 ล้านบาท ส่วนรายได้จากธุรกิจซาเบโก้ ยังไม่ถูกรวมในงบการเงินไตรมาสแรก แต่จะรวมในไตรมาส 2/2561 (มกราคม-มีนาคม 2561) แทน เนื่องจากบริษัท ไทยเบฟฯ ได้ดำเนินการซื้อธุรกิจดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ซึ่งใกล้สิ้นสุดรอบงบปีบัญชี ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/2561 บริษัท ไทยเบฟฯ มีรายได้ 456,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3,000 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณสินค้าคงคลังที่ปรับตัวตามสถานการณ์ตลาด และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นต้นทุนการซื้อธุรกิจ ทั้งนี้ภายในปี 2562 บริษัท ไทยเบฟฯ มีแผนจะออกหุ้นกู้รวม 4 ครั้ง ซึ่งในครั้งแรกคาดว่าจะสรุปข้อมูลการสำรวจความต้องการหลักทรัพย์ (บุ๊ค บิลด์ดิ้ง) และยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ สิงคโปร์ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

“การเข้าซื้อธุรกิจสุราในพม่าและเบียร์ในเวียดนาม เป็นไปตามแผนของบริษัท ไทยเบฟฯ ที่ต้องการจะขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2560 ปริมาณเบียร์ในภูมิภาค แบ่งเป็น ซานมิเกล 19% ซาเบโก 17% ไฮเนเก้น 14% สิงห์ 13% คาร์ลสเบิร์ก 12% ช้าง 9% และฮาเบโก 7% ของตลาดรวมที่มีปริมาณเบียร์ราว 9,000 ล้านลิตร และการผนึกกำลังกับซาเบโกจะทำให้บริษัท ไทยเบฟฯ ถือครองปริมาณเบียร์ในตลาดประมาณ 6,400 ล้านลิตร ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (นอนแอลฯ) ก็ยังให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมทั้งเครื่องดื่มน้ำตาลน้อยอย่างต่อเนื่อง เช่น 100พลัส ที่ขายดีในมาเลเซีย โดยปัจจุบันธุรกิจนอนแอลฯ มีสัดส่วนประมาณ 22% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งตามแผนธุรกิจ 2563 (วิชั่น 2020) บริษัท ไทยเบฟฯ จะมีรายได้จากธุรกิจแอลฯ 50% และนอนแอลฯ 50%”