เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ออกแถลงการณ์กรณีมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธปท. เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงิน โดยสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อและสร้างเรื่องว่ามีพัสดุตกค้างที่ไปรษณีย์และด้านในมีสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มจำนวนมากซึ่งรวมถึงบัญชีเงินฝากของเหยื่อด้วย จึงทำให้เหยื่อเป็นผู้เข้าข่ายพัวพันกับคดีฟอกเงินและจะต้องถูกอายัดบัญชีทั้งหมด และแจ้งเหยื่อว่าจะต้องโอนเงินมาให้ธปท. ตรวจสอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเหตุการณ์ดังกล่าว และมิจฉาชีพยังเพิ่มความน่าเชื่อถือของเรื่องหลอกลวงด้วยการโอนสายให้สนทนากับบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตารวจ หรือเป็น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ธปท. และกำชับเหยื่อว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร นอกจากนี้ ยังพบว่ามิจฉาชีพเริ่มใช้ Line Account ที่มีสัญลักษณ์ (Logo) และชื่อ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” หรือ “BANK OF THAILAND” เพื่อติดต่อ หาเหยื่ออีกด้วย
สำหรับกรณีนี้ ธปท. ขอชี้แจงว่า ธปท. เป็นธนาคารกลางของประเทศ มีหน้าที่กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน แต่ไม่ได้ทาธุรกรรม ทางการเงินใด ๆ กับประชาชน จึงไม่มีการให้ประชาชนโอนเงินมายัง ธปท. โดยตรงเพื่อตรวจสอบหรือยืนยันข้อมูลใด ๆ สำหรับการตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีเงินฝากเป็นการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จึงไม่ใช่การ ให้โอนเงินเข้ามาเพื่อการตรวจสอบ ภายหลังจากที่สนทนาทางโทรศัพท์หรือทาง Line แล้ว
รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ ธปท. ไม่มี Line Account ดังนั้น Line Account ใด ๆ ที่ใช้ Logo และชื่อ “ธนาคารแห่ง ประเทศไทย” หรือ “BANK OF THAILAND” จึงไม่ใช่ของ ธปท. และเป็นการหลอกลวง หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้คิดทบทวนและอย่าหลงเชื่อโอนเงินตามที่มิจฉาชีพหลอกลวง หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียน หรือขอคาปรึกษา สามารถสอบถามได้โดยตรงที่ ศูนย์คุ้มครอง ผู้ใช้บริการทางการเงิน ในวันและเวลาทาการ ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. โดยติดต่อผ่านช่องทางคอลเซนเตอร์ 1213 โทรสาร 0 2283 6151 เฟสบุ๊ก www.facebook.com/hotline1213 อีเมล [email protected] และฝ่ายคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สานักงานใหญ่ 273 ถนนสามเสน เขตพระนคร กรุงเทพ 10200

