‘ฐากร’ เผย 5G มาแน่ปี’63 แนะ 10 ภาคส่วนปรับตัว

23.02.18 | 11:20 น.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวปาฐากถาพิเศษ 5G เปลี่ยนโลก เปลี่ยนประเทศไทย ในงานสัมมนา 5G เปลี่ยนโลก เปลี่ยนประเทศไทย ว่า การปาฐากถาครั้งนี้ เนื่องจากกสทช.มีความเป็นห่วง ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนเข้าไปสู่ยุค 5G ในปี 2563 เมื่อ 2-3 วัน มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับประธาน กสทช. และได้พบกับรัฐมนตรีกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น คำถามแรกที่เขาถามทาง กสทช. คือเราได้มีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค 5G อย่างไรบ้าง ซึ่งตนได้ตอบไปว่า กสทช.ร่วมกับพันธมิตรจัดงานเสวนา เพื่อเตรียมความพร้อมคนไทยเข้าถึง 5G ซึ่งในส่วนของญี่ปุ่นเขาได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ประชาชนเข้าสู่ 5G ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 โดย 5Gเขาจะสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคม 2563 ต้อนรับโอลิมปิกโตเกียวในปี ดังกล่าว

นายฐากร กล่าวว่า เมื่อเรามี 2G เปลี่ยนไปสู่ 3G และ 4G กสทช.เคยเรียนไปยังประชาชนชาวไทยแล้วการประมูลคลื่น 2.1 GHz ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในไทย ซึ่งผลการประมูล 1,800 MHz และ 900 MHz ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุค 4G กสทช.บอกแล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างเทคโนโลยี วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ 5G ถ้ากสทช.ไม่ลุกขึ้นมาทำให้ประชาชน เตรียมความพร้อมทำให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยล้าหลังแน่นอน

“วันนี้ผมดีใจที่คนไทยตื่นตัวกับโลกยุคใหม่ที่กำลังเข้ามาในไทย การตื่นตัวของเราผมอยากขอให้ธุรกิจเร่งปรับตัวเข้าสู่ 5G เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความเร็วของเทคโนโลยี 5G เร็วกว่า 4 จี ประมาณ 30-100 เท่า และมีความเสถียรมากขึ้น”นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าวต่อว่า เมื่อก้าวสู่ยุค 5G จะมี 4 อย่างเข้าถึงไทย คือ 1.อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ ไอโอที (Internet of Things) เป็นอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่งที่สิ่งของสามารถเชื่อมต่อสิ่งของนับล้านๆ ตัว ดังนั้นทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างต่างๆ อย่างสำคัญ 2.ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ 3.เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) 4. เทคโนโลยีความจริงแบบแต่งเติม (Augmented Reality: AR) ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ต่อไปเมื่อช็อปปิ้งในออนไลน์สามารถลองใส่เสื้อผ้าในโลกออนไลน์ได้ ไม่ต้องเดินทางไปลองที่ร้านค้า

Advertisement

นายฐากร กล่าวต่อว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและภาคสังคมเมื่อ 5G เข้ามาทำให้ 10 ภาคส่วนต้องปรับตัวประกอบด้วย 1.ภาคการเงินการธนาคาร พบว่าเมื่อเข้าสู่ 4G ธนาคารปิดตัวไปแล้ว 200 สาขา ดังนั้นการเข้าสู่ 5G ทำให้ความเร็วมากขึ้น ความเสถียรมากขึ้น คาดว่าทำให้ธนาคารไม่สามารถเปิดสาขาได้เหมือนเดิม เพราะประชาชนใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งมากขึ้น และไม่ต้องเดินทางไปทำธุรกรรมผ่านเคาเตอร์ ธนาคารจึงต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง การวิเคราะห์สินเชื่อจะมีการใช้เอไอ สิ่งพวกนี้ธนาคารต้องรับผลกระทบ เพื่อให้ธนาคารคงอยู่ได้ ต้องปรับตัว พนักงานธนาคารต้องเพิ่มทักษะ รองรับการเปลี่ยนแปลงจะที่เกิดขึ้น

นายฐากร กล่าวว่า 2.ภาคอุตสากรรม 5Gจะส่งผลกระทบเนื่องจากอุตสาหกรรมของไทยยังพึ่งแรงงานคนจำนวนมาก เมื่อ 5G เข้ามาทำให้ภาคอุตสาหกรรมที่ยังพึ่งพาแรงงานคนเปลี่ยนมาเป็นหุ่นยนต์ในการผลิตสินค้าในระบบอัตโนมัติมากขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องลดแรงงานคนลง ดังนั้นอุตสาหกรรมต้องปรับตัวให้เร็วที่สุด ต้องคิดว่าจะเตรียมความพร้อมในการปรับตัวอย่างไร 3.ภาคการเกษตร ขณะนี้ภาคเกษตรของไทยมีจุดแข็งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ดังนั้นเมื่อมี ไอโอที-เอไอ เกิดขึ้น ภาคเกษตรต้องปรับตัวให้สามารถเพิ่มมูลค่าการผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ไอโอทีเข้ามาช่วยเรื่องการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก ทำให้ไทยสามารถผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่องเป็นผลดีต่อไทย และต่อไปการทำการเกษตรเป็นแบบทำสมาร์ทฟาร์มมิ่งมากขึ้น 4.ภาคการขนส่ง เมื่อ 4G เข้ามามีอูเบอร์ มีแกร็บแท็กซี่ ถ้าเมื่อมี 5G เข้ามาภาคการขนส่งต้องเปลี่ยนแปลง แท็กซี่ต้องปรับตัวเพราะการติดต่อสื่อสารคนที่มากขึ้นผ่าน 5G ทำให้การขนส่งน้อยลง

นายฐากร กล่าวว่า 5.ภาคการท่องเที่ยว 6.ภาคการแพทย์จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา หัวเว่ยกล่าวไปแล้วว่าการรักษาทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตจะเกิดขึ้น ทำให้การผ่าตัดไม่ต้องให้หมอเดินทางไปผ่าตัดแล้ว แต่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตแบบสื่อสัมผัส ต่อไปหมอสามารถนั่งอยู่ในห้องอินเตอร์เน็ตก็รักษาพยาบาลคนไข้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้ ส่วนการจ่ายยานั้นในโลกของเอไอสามารถค้นข้อมูล และสามารถจ่ายยาแทนหมอได้ ทำให้หมอมีปัญหาในการปรับตัว 7.การทำงานนอกที่ทำงาน ในญี่ปุ่นเริ่มแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องทำงานในออฟฟิศ สามารถทำงานที่บ้าน ประสานงานผ่านอินเตอร์เน็ต สิ่งพวกนี้ทำให้โครสร้างทำงาน และสังคมต้องปรับตัว อาคารสร้างเพื่อให้เช่าต่างๆ ต้องระวังอย่างสร้างให้มาก เนื่องจากทุกคนทำงานที่บ้าน

นายฐากร กล่าวต่อว่า 8.ภาคการค้าปลีก ขณะนี้ทำเลทองต่างๆ อยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ได้อยู่บนตำแหน่งสถานที่ตั้ง ยุค 5G ทุกคนอยู่ในโลกออนไลน์ทั้งหมด ทำให้ซื้อเสื้อไม่ต้องกลัวหลวม กลัวฟิต ในโลก 5G สามารถทำความจริงเสมือนให้สามารถลองใส่เสื้อ ลองใส่กางเกงได้ สิ่งนี้ไม่ใช่การเพ้อฟัน เป็นโลกความจริงเกิดในปี 2563 ทั้งเออาร์ วีอาร์ เป็นสิ่งที่เราต้องปรับตัว 9.อุตสาหกรรมโทรทัศน์และสื่อ ทีวีดิจิตอลได้รับผลกระทบแน่นอน ในโลกยุคใหม่คนไม่ได้ดูทีวีผ่านทีวีที่บ้าน แต่ดูทีวีผ่านมือถือ แอพพลิเคชั่น ยูทูบ เมื่อมีโฆษณาสามารถกดข้ามไปได้ สามารถดูทีวีย้อนหลัง ทีวีดิจิทัลต้องปรับตัว ขณะนี้เริ่มปรับแล้วด้วยการเสนอใช้ ม.44 ช่วย และเมื่อ 5G เข้ามาทีวีดิจิทัลต้องปรับตัวอีกครั้ง 10. ภาครัฐ หน่วยงานของรัฐต้องปรับตัวเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยไม่อยากเห็นภาครัฐออกกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลเอกชน อยากสนับสนุนการปรับตัวของเอกชน

“โลกยุค 5G ทำให้คนในชนบทไม่ต้องเคลื่อนย้ายมาหางานในเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ สิ่งพวกนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลไทยและรัฐบาลในหลายประเทศในการสร้างงานในเขตชนบท วันนี้รัฐบาลไม่ต้องทำอะไรเทคโนโลยี 5G จะช่วยเขาเอง เขาจะมีอาชีพการงานเกิดขึ้นในชนบท การเคลื่อนย้ายอพยพแรงงานในโลกยุคใหม่จะน้อยลง ทำให้คนในชนบทสร้างงานเขาเอง ซึ่งกสทช. มติชน หัวเว่ย อิริคสัน ต้องการให้เห็นการเปลี่ยนแปลง และต้องการคืนความสุขให้พี่น้องประชาชนชาวไทย”นายฐากร กล่าว