หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที อีริคสันชี้ 5...

อีริคสันชี้ 5G ขับเคลื่อนด้วยคนใช้บริการ เชื่อ 5G มาคนไม่ตกงาน แต่ต้องเปลี่ยนทักษะและความสามารถ

23.02.18 | 12:08 น.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายวุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ หัวหน้าฝ่ายเน็ตเวิร์ค โซลูชั่น บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายพิเศษหัวข้อ 5จี มูฟ เดอะ เวิลด์ ฟอร์เวิร์ด ในงานสัมมนา “5G เปลี่ยนโลก เปลี่ยนประเทศไทย” ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (ซอยรางน้ำ) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ว่า โทรคมนาคมเกิดมา 100 ปี แต่ในช่วงเวลา 20-30 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีเปลี่ยนไวมาก เริ่มจากยุค 2G ให้บริการเสียง มีโทรศัพท์หยอดตู้ ถัดมาเป็นโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่ และมีให้บริการเอสเอ็มเอส และเข้าสู่ยุค 3G ซึ่งมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโครงข่ายไร้สาย และไทยเข้าสู่ 4G ซึ่งเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตเราไปค่อนข้างมาก เกิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ อุปกรณ์ใช้งานต่างๆ เปลี่ยนไป และอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิต โดยปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวใช้งานได้ทุกอย่าง ทุกวันนี้คนไม่ต้องรอเวลาเพื่อดูละครหลังข่าว แต่เปิดดูผ่านไลน์และยูทูปได้ บ่งบอกถึงผู้ให้บริการเปลี่ยนไป คอนเท็นต์เปลี่ยนไป การรับรู้และความต้องการของผู้ชมก็เปลี่ยนไป ซึ่งต้องการภาพความชัดและความเร็วที่เพิ่มขึ้น จึงเกิด 5G มาตอบสนองความต้องการ

นายวุฒิชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญของ 5G ที่พัฒนาจาก 4G เช่น ปริมาณข้อมูล (Mobile data volumes) เพิ่มขึ้นถึง 1000 เท่า สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ (Connected devices) ถึง 100เท่า การตอบสนองข้อมูล (Lower latency) เร็วมากขึ้น 5เท่า การส่งข้อมูลจากต้นฉบับและการแสดงผลเป็นไปด้วยความรวดเร็ว รวมถึงความละเอียดของข้อมูลและภาพมีมากขึ้นที่ผู้ใช้งานได้รับ และมีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากขึ้น

“พูดถึงเทคโนโลยี ในอดีตสิ่งนี้ถูกผลักดันจากผู้ผลิต แต่โมเดลนี้กำลังถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เทคโนโลยีในอนาคตเกิดขึ้นจากความต้องการใช้งานและความต้องการจะเปลี่ยนแปลงในสาขาอาชีพและอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งตรงนี้เรียกว่า ยูสเคส การขับเคลื่อนสู่ยุค 5G ก็เช่นกันจะขับเคลื่อนโดยใช้ความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นตัวผลักดัน”นายวุฒิชัยกล่าว

นายวุฒิชัย กล่าวอีกว่า 5G จะช่วยชีวิตดีขึ้น การใช้งานเครืองมือต่างๆไร้ร้อยต่อมากขึ้น และจะมีผลต่อชีวิตเราในอนาคตอันใกล้ ยกตัวอย่างยูสเคสที่เกี่ยวข้องกับ 5G ใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.โมบายบอร์ดแบนด์ ปัจจุบันเราใช้สมาร์ทโฟนดูหนังฟังเพลง ต่อไปเดินเข้าบ้านจะมีสัญญาณไร้สายทั่วบ้าน ไม่ต้องเดินหาจุดฮอตสปอร์ต และมีเครื่องมือที่ทำให้มองเห็นเสมือนจราง (วีอาร์) ที่ตอบโจทย์มากขึ้น 2.วงการรถยนต์ 5G จะเข้ามา ซึ่งช่วยตอบโจทย์จะทำอย่างไรให้การสื่อสารของพาหนะ และความปลอดภัยบนถนนดีมากขึ้น ทำอย่างไรให้การใช้พลังงานเชื้องเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันมีการตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูลในรถยนต์บางรุ่น ส่งข้อมูลผ่านระบบไวไฟ ต่อไปจะมีการวิเคราะห์ระบบเครื่องยนต์ต่างๆ ในรถและแจ้งเตือนให้เจ้าของซ่อมหรือบำรุงรถได้ในเวลาเหมาะสม นอกจากนี้จะไปถึงการขับรถไม่มีคนควบคุม หรือควบคุมจากทางไกล

นายวุฒิชัย กล่าวอีกว่า 3. ภาคโรงงานการผลิต ซึ่งเริ่มมีการรนำระบบควบคุมอัตโนมัติ โดยต่อสัญญาณจากระบบ 5G เพื่อควบคุมการผลิตและหุ่นยนต์จากระยะไกลได้ ต่อไปอาจจะเห็นพนักงานในโรงงานไม่กี่คนเพื่อทำงานควบคุมโรงงานหรือระบบการผลิตอัตโนมัติ 4.กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค เช่น ต่อไปมิเตอร์ไฟฟ้าจะส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องส่งคนมาจดมิเตอร์ ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็ใช้ระบบเดียวกันได้ หรือการควบคุมต่างๆ ในโรงผลิตไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่เฝ้า แต่อนาคตจะสามารถควบคุมจากส่วนกลางหรืออาจจะทำงานจากที่บ้าน และ5.กลุ่มดูแลสสุขภาพ ซึ่งจะนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในการผ่าตัดทางไกล ช่วยให้เกิดความแม่นยำ หรือใช้เก็บข้อมูลคนไข้บันทึกสถิติส่งเก็บไว้บนคลาวด์แล้วส่งให้หมอหรือพยาบาลติดตามได้ต่อเนื่องและใช้ในการวินิจฉัย ต่างจากปัจจุบันเราเป็นอะไรก็เข้าโรงพยาบาล แล้วจดข้อมูลลงบนกระดาษ

Advertisement

“ถามว่า เมื่อ 5G มาคนจะตกงานเพิ่มขึ้นไหม ถ้าผมบอกว่าไม่มีคนตกงานจะมีบางคนบอกผมว่า ไม่จริง แต่ถ้าผมบอกว่าไม่ตกงานแน่นอน ก็ไม่ใช่ เมื่อเทคโนโลยีมาสกิลของคนจะเปลี่ยนไป ความต้องการทำงานจะเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างงานด้านเกษตรกรรม เดิมปลูกข้าวใช้แรงงานคน ถามว่าเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตเรา คนดำนาก็ตกงาน แต่คนเหล่านี้ต้องเปลี่ยนสกิลและความสามารถ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาสร้างความต้องการและสกิลใหม่ๆ ขึ้นมา อย่างอดีต 20 ปีก่อนไม่ค่อยมีหลักสูตรการเรียนด้านโทรคมนาคม ก็มีการจัดเรียนสิ่งนี้ในหลายมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามา คนก็ต้องเปลี่ยนสกิล หากจะเป็นเหมือนเดิมก็อยู่ไม่ได้”นายวุฒิชัยกล่าว