หน้าแรก เศรษฐกิจ วีระศักดิ์ชี้...

วีระศักดิ์ชี้อย่านำเรื่องรมว.ต่างประเทศแกมเบียกล่าวหาไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเพศมาเป็นประเด็น

27.02.18 | 17:51 น.

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าได้ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวในรูปแบบสงบ สันติ ร่มเย็น เพื่อเป็นอีกจุดขายหนึ่งของการท่องเที่ยวในประเทศไทย ปัจจุบันมีฐานข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมไทยจากกระทรวงวัฒนธรรม ที่เก็บรวบรวมและกำลังจะเผยแพร่ใน 4 รูปแบบ คือ 1. จัดทำแพคเกจบัตรท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ 63 แห่งทั่วประเทศ 2.หนังสือ 108 องค์พระปะติมาพระพุทธรูปคู่แผ่นดิน นำเสนอประวัติศาสตร์และแหล่งประดิษฐานของพระพุทธรูปในพื้นที่ต่างๆ 3.หนังสือ 47 พระบรมธาตุ พุทธรัตนของแผ่นดิน นำเสนอพระธาตุ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เมืองรอง และ 4.หนังสือรุกขมรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี นำเสนอต้นไม้ที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานในท้องถิ่น

“การท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทยเติบโตขึ้นมาก ผู้คนเริ่มอยากเที่ยวเมืองรองมากขึ้น พร้อมๆ กับการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะเป็นเครื่องดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักประวัติศาสตร์ รวมไปถึงผลักดันการท่องเที่ยวเชิงพุทธต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น อินเดีย เนปาล หรือพม่า ที่มีจุดร่วมทางศาสนาคล้ายคลึงกัน รวมถึงข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บรวบรวมเพื่อก้าวต่อไปในระดับนานาชาติในอนาคต” นายวีระศักดิ์กล่าว

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขณะนี้มีรายงานจากจังหวัดภูเก็ตว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวจมน้ำ และตกจากที่สูงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชาวจีนที่มักเข้าใจผิดว่าธงแดงเตือนอันตรายนั้น เป็นธงสีแดงแห่งความมงคล ฉะนั้นจึงต้องมีป้ายกำกับภาษาจีนติดไว้ด้วย รวมไปถึงเมืองรองที่อยู่ไกลหูไกลตายิ่งต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายหลายหน่วยงานลงไปสำรวจจุดเสี่ยง แล้วรวบรวมมารายงานเพื่อที่จะตั้งงบประมาณลงไปแก้ไขต่อไป

นายวีระศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่กรณีรัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวประเทศแกมเบียกล่าวถึงประเทศไทยว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเพศนั้น ว่า เป็นข่าวเก่าตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่ควรจะเป็นข่าว เราก็ไม่ควรไปต่อข่าว อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศได้ยื่นหนังสือทางการทูตไปแล้วว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ รมว.การท่องเที่ยวประเทศแกมเบียพูด ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว และหากมองถึงเสียงตอบรับจากความคิดเห็นใต้ข่าวนั้น จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ก็ไม่พึงพอใจต่อคำพูดนั้น