วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมศิลาอาสน์ ชั้น 5 ศาลากลาง จ.อุตรดิตถ์ นายพรีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 นำคณะสนช.ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการข้อร้องเรียนต่างๆ จากประชาชนจากโครงการ สนช.พบประชาชน ซึ่งประเด็นปัญหาหนึ่งที่ สนช.ให้ความสำคัญคือ กรณีชาวบ้าน หมู่ 4 และ หมู่ 9 ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ นำลายมือชื่อสำเนาบัตรประชาชนของชาวบ้าน ต.วังแดง ต.หาดสองแคว ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน ต.ท่าสัก ต.บ้านดารา อ.พิชัยราว 1,280 รายชื่อยื่นต่อ สนช.และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มนายทุน จ.อุตรดิตถ์ ที่จะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ หมู่ 9 ต.วังแดง โดยเหตุผลว่า หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ จะเกิดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้ง มลพิษ ฝุ่นละออง หมองควัน เสียงดัง น้ำเสียจากโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะนาข้าวที่ปลูกในรอบข้างจะได้รับผลกระทบหนัก หากมีละอองหรือฝุ่นตกใส่ใบ ต้นข้าวจะไม่สามารถสังเคราะห์แสงแดดได้ จะทำให้ไม่ได้ผลผลิตได้น้อย
นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ชี้แจงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ประกาบการได้ยื่นขอตั้งแต่สมัยนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการคนก่อน แต่ขณะนั้นไม่มีการดำเนินการอะไร ต่อมาผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพยายามยื่นและชี้แจงว่า เสียงบประมาณไปเพื่อดำเนินการยื่นขอมาจำนวนมากแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะได้รับการอนุมัติให้มีการก่อสร้างหรือไม่ มาสมัยตนจึงเรียกกรมการจังหวัดเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และทำการรวบรวมเอกสารข้อคัดค้านจากประชาชนที่ผ่านมาทางศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และอีกหลายหน่วยงาน และมีความเห็นส่งไปยังกรมโรงงานอุสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อพิจารณาดำเนินการอนุมัติต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีความเห็นอะไรออกมาจากทางกระทรวงอุตสาหกรรม
“ก่อนหน้านี้ผมถูกมองว่า มีอำนาจในการอนุมัติให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลย ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเพียงรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียน และความเห็นของกรมการจังหวัดว่ามีความเห็นอย่างไร จากนั้นก็ส่งไปให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาอนุมัติ อย่างไรก็ตามทางกรมการจังหวัดก็มีข้อปฏิบัติให้โรงไฟฟ้าปฏิบัติตามถึง 9 ข้อ และเพิ่มข้อ 10 ขึ้นมา หากทางโรงไฟฟ้าสร้างปัญหาผลกระทบให้กับประชาชนโดยรอบ จะต้องทำการปิดรงไฟฟ้าชีวมวลทันที ยอมรับว่าเรื่องนี้ผมอึดอัดมาก เพราะหากมีความเห็นไปทางโรงไฟฟ้า ประชาชนก็จะตำหนิว่าไม่เห็นความทุกข์ร้อนของประชาชน หากมีความเห็นไปทางประชาชน ทางโรงไฟฟ้าก็จะเอาผิดทางกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในพื้นที่ผมเป็นผู้ว่าฯ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ แต่จะยึดประชาชนเป็นสำคัญอันดับต้น” นายเสฐียรพงศ์กล่าว

