นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล วันที่ 21 มีนาคมนี้ คณะกรรมการสลากจะเสนอให้กองสลากฯจำหน่ายสลากรวมชุดเอง เพื่อเป็นทางเลือกและลดปัญหารวมชุดขายเกินราคา หากบอร์ดสลากเห็นชอบจากนั้นก็จะหารือและขอความเห็นชอบในประเด็นจำนวนที่จะรวมชุด อาจเริ่ม 20%ของจำนวนสลากที่พิมพ์ออกจำหน่ายหรือทั้ง 100% ประเด็นกำหนดเดือนที่ออกจำหน่ายซึ่งจะเกิดขึ้นครึ่งปีหลัง 2561 และประเด็นแนวทางในการดำเนินการ โดยจะมีการประชาพิจารณ์เปิดรับฟังความเห็นจากผู้ค้าสลากต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เสนอให้มีการพิมพ์สลากเพิ่มจากปัจจุบัน 80 ล้านใบ
สำหรับสถานการณ์ค้าสลาก ยังพบเห็นผู้ค้าสลากฯกระทำผิดเงื่อนไขรวมชุดและขายเกินราคา แต่เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมรวมชุดตั้งแต่ 5 ใบถึง 20 กว่าใบ และคิดเฉลี่ยใบละ 120-150 บาท ลดลงเหลือ 2-5 ใบ และราคาขาย 100-120 บาท รวมถึงพบเห็นสลากราคา 80 บาท/ใบมากขึ้น ส่วนเรื่องการหาผลประโยชน์จากการปลอมแปลงสลาก หรือการฉกฉวยนำไปขึ้นรางวัล ยังเป็นเรื่องที่กองสลากฯกังวล ดังนั้น อยากให้ผู้ค้าที่รับขึ้นรางวัล ควรมีการติดตั้งเครื่องตรวจสอบสลากซึ่งมีราคากว่าพันบาทต่อเครื่อง เพื่อลดปัญหาการนำสลากปลอมแปลงมาขึ้นรางวัล และยืนยันไม่มีขบวนการล็อกเลขหรือปล่อยเลขเด็ด
ในส่วนคดีหมวดจรูญและครูปรีชา กองสลากฯได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอด ทั้งเรื่องข้อมูลต่างๆ โดยทางกองสลากฯมีข้อมูลว่าใครเป็นผู้รับสลากไปจำหน่ายที่มี 2 แสนคนและอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง แต่ผู้ค้าจะนำไปร่วมชุดหรือจำหน่ายให้ใครต่อ เป็นเรื่องของผู้ค้าแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้คดีนี้กระจ่าง สร้างบรรทัดฐานต่อไป และนำไปสู่ข้อสรุปเชิงกฎหมายในทุกกรณีที่เป็นปัญหา

