หน้าแรก เศรษฐกิจ มติ รมต. 16 ช...

มติ รมต. 16 ชาติอาเซ็ป ตั้งแผนงานโรดแมปเพื่อเร่งเจรจาให้เกิดรูปธรรม

5.03.18 | 13:02 น.

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลการเข้าร่วมเจรจาเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) หรืออาเซ็ป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 4 จัดที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมาว่า รัฐมนตรีเศรษฐกิจและผู้แทนระดับสูงจากสมาชิก 16 ประเทศ ย้ำถึงความตั้งใจร่วมกันที่จะทำให้การเจรจาอาเซ็ปมีความคืบหน้าเพื่อให้สามารถสรุปผลได้อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2561 อีกทั้งยินดีให้มีแผนงานสำหรับการเจรจาในปี 2561 เพื่อให้คณะเจรจาดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแต่ละรอบ

ผลจากการประชุมครั้งนี้จะทำให้การเจรจามีความคืบหน้ามาก โดยที่ประชุมร่วมกันหารือและมอบแนวทางการเจรจาในประเด็นสำคัญ โดยในเรื่องการเปิดตลาดสินค้า ทุกประเทศตกลงให้มีการยื่นปรับปรุงข้อเสนอการเปิดตลาดครั้งที่ 3 ที่ครอบคลุมสินค้าทุกรายการ โดยให้เป็นไปตามโครงสร้างรูปแบบการลดภาษีตามที่อาเซียนเสนอ ภายในวันที่ 13 เมษายน 2561 และตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปภายในการประชุมคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลง RCEP ครั้งที่ 22 ที่จะจัดในวันที่ 28 เมษายน-8 พฤษภาคม 2561 ที่สิงคโปร์

ในส่วนของการเปิดตลาดบริการ หลายประเทศเห็นว่าภาคบริการว่าสำคัญต่อเศรษฐกิจอย่างมาก โดยที่ประชุมตกลงให้มีการเจรจาสองฝ่ายไปพร้อมกับปรับปรุงข้อเสนอเปิดตลาดให้ตอบสนองต่อสาขาที่ประเทศสมาชิกสนใจ สำหรับการเปิดเสรีการลงทุน ประเทศสมาชิกจะปรับปรุงข้อผูกพันเปิดตลาดการลงทุนก่อนการประชุมรอบที่ 22 และให้มีการเจรจาสองฝ่ายเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเรียกร้องและพยายามตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสมาชิกซึ่งจะเป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้การเปิดตลาดการลงทุนมีระดับสูงขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า โดยเห็นว่ากฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าควรอยู่บนหลักการของความเรียบง่าย เอื้ออำนวยต่อการค้า ส่งเสริมโอกาสในการส่งออกของผู้ประกอบการขนาดย่อม ตระหนักถึงกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค ในขณะที่สามารถป้องกันการลอบให้สิทธิพิเศษทางภาษีได้ ในส่วนของการเจรจากฎเกณฑ์การค้า เช่น พิธีการศุลกากร สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า เป็นต้น มีเป้าหมายให้สรุปผลโดยเร็ว

นางสาวชุติมากล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้หารือร่วมกันระหว่างอาเซียนกับอินเดีย เพื่อผลักดันอินเดียให้หาข้อสรุปในประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ และให้อินเดียสนับสนุนในประเด็นที่มีท่าทีร่วมกัน รวมถึงอาเซียนกับจีน โดยทั้งสองประเทศยอมรับที่จะร่วมมือกับอาเซียนผลักดันประเทศสมาชิกอื่นเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไปได้

ในส่วนประเทศไทยได้ผลักดันร่วมกับสมาชิกอาเซียนเจรจาในทิศทางที่อาเซียนต้องการ เพื่อให้อาเซ็ปเป็นตลาดการค้าและการลงทุนขนาดใหญ่สุดในโลก ครอบคลุมหนึ่งในสามของเศรษฐกิจโลก มีประชากรรวมกว่า 3.5 พันล้านคน มีจีดีพีรวมกว่า 23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยปี 2560 การค้าของไทยกับประเทศสมาชิกอาเซ็ปมีมูลค่ารวม 269 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 58.66% ของการค้ารวมของไทย เพิ่มขึ้น 10.85% จากปี 2559 โดยสินค้าไทยส่งออกไปอาเซ็ป ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา เครื่องจักรกล เหล็ก เป็นต้น

Advertisement